เงินไปไหน !? วัดดังเดือดระอุ หลังศาลฎีกาพิพากษาแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ "เงินวัดเกือบร้อยล้านหาย" (รายละเอียด)

Publish 2017-12-04 19:22:57

วันที่  4 ธ.ค. 2560 ความคืบหน้าความวุ่นวายที่วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน หรือ วัดหิรัญญาราม ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร   ที่เป็นบ่อเกิดความเสื่อมศรัทธาของประชาชน ทำให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวเข้าวัดหลวงพ่อเงินบางคลานน้อยลง ซึ่งมีสาเหตุเกิดจาก อดีตเจ้าอาวาส คือ พระครูวิสิฐสีลาภรณ์  ถูกร้องเรียนและมีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องเงินและทรัพย์สินภายในวัด ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ถูกเปิดโปง โดย   นายเชวง ชัยรัตน์ อดีตข้าราชการครูระดับ 9 และนายพร ปั้นเพ็ง อดีตข้าราชการครูในพื้นที่ ซึ่งเป็นอดีตไวยาวัจกรทั้งสองคนร้องเรียนไปยังพระผู้ใหญ่เป็นลายลักษณ์อักษร ถึง 25 หัวข้อ ความยาวถึง 4 หน้ากระดาษ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2557 จนเป็นที่มาของคำสั่งของ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ให้ปลด พระครูวิสิฐสีลาภรณ์  ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้วยังมีผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลและพระอุปัชฌาย์ รวมถึงการที่ได้เป็นพระครูสัญญาบัตร ซึ่งจะได้รับเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 3,000 บาทเศษก็ให้หลุดตามไปด้วย จึงเป็นการปลดออกรวม 4 ตำแหน่งรวดในด้านการบริหารงานของสงฆ์...แต่ปรากฏว่า  พระครูวิสิฐสีลาภรณ์   อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) และอดีตไวยาวัจกร  กลับไม่ยอมรับในคำคัดสินของพระผู้ใหญ่และไม่ยอมส่งมอบอำนาจหน้าที่รวมถึงบัญชีการเงินวัตถุมงคลฯลฯ ให้กับพระครูวิสุทธิวรากร รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเล ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลานคนใหม่ รวมถึงอดีตเจ้าอาวาสได้ปล่อยให้กลุ่มบุคคลเข้าไปปลุกระดมกลุ่มมวลชนให้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคำสั่งของฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง โดยไม่ยอมให้ พระครูวิสุทธิวรากร รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเล รักษาการแทนเจ้าอาวาส เข้ามาบริหารจัดการในวัดหลวงพ่อเงินบางคลานไม่ได้ จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปีเต็ม ความวุ่นวายก็ยังคงมีอยู่ไม่จบไม่สิ้น...  อีกทั้ง พระครูวิสิฐสีลาภรณ์   อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน(วัดหิรัญญาราม) ได้ให้ทนายความดำเนินการฟ้องศาลยุติธรรม โดยตนเองเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ซึ่งประกอบไปด้วย พระธรรมรัตนดิลก จำเลยที่ 1  พระราชสุตาภรณ์ จำเลยที่  2 พระราชปัญญาเวที  จำเลยที่ 3 พระทีฆทัสสีมุนีวงศ์ จำเลยที่ 4  พระสุธีรัตนาภรณ์ จำเลยที่ 5   ฟ้องร้องในข้อหาว่าจำเลย คือพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูปนั้น มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นคดีอาญา โดย พระครูวิสิฐสีลาภรณ์   อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน(วัดหิรัญญาราม) ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในข้อความข้างต้นที่มีการร้องเรียนและสอบสวน จนเป็นที่มาของคำตัดสินให้หลุดพ้นจาก 4 ตำแหน่ง




ล่าสุดได้มีการเปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5437/2560 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2560  ที่ศาลฎีกามีคำตัดสินแล้วส่งคำพิพากษามาให้ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร ได้อ่านคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวนี้ เมื่อวันที่  14 พฤศจิกายน 2560 โดยขอคัดย่อมีสาระใจความสำคัญว่า “ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการไต่สวนลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 กรณี (เรื่อง) ขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์การปฏิบัติตัวและการปฏิบัติหน้าที่ของ ครูวิสิฐสีลาภรณ์  (โจทก์) เป็นการทำความเห็นเสนอต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ในฐานะเจ้าอาวาสไม่สามารถควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินของวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือได้ว่า หย่อนความสามารถไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรให้โจทก์ออกจากตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ( วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ) ซึ่งต่อมา  สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ได้มีหนังสือถึงเจ้าคณะภาค 4 ( จำเลยที่ 1) ฉบับลงวันที่ 29 ตุลาคม 2547 ระบุว่ามีคณะกรรมการไต่สวนมีความเห็นควรให้โจทก์ออกจากตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ( วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ) นั้น “ชอบแล้ว” ดังนี้แสดงให้เห็นได้ว่า จำเลยทั้ง 5 ได้ทำหน้าที่ในการไต่สวนกรณีของโจทก์ตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวน โดยให้โอกาสแก่โจทก์ในการแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ตามสมควรแล้ว ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้ง 5 มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์แต่อย่างใด คำสั่งให้โจทก์ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ( วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ) นั้น เป็นเพียงคำสั่งทางปกครองของคณะสงฆ์ตามกฎหมายมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 ( พ.ศ.2541 ) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการเท่านั้น มิใช่เป็นการลงนิคหกรรมต่อโจทก์แต่อย่างใด การกระทำของจำเลย ( พระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ) จึงไม่มีมูลความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ( โจทก์ คือ  ครูวิสิฐสีลาภรณ์  อดีตเจ้าอาวาส ฯลฯ) คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสอง ( ศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์ ) เห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ ( โจทก์ คือ  ครูวิสิฐสีลาภรณ์  อดีตเจ้าอาวาส ฯลฯ) ไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น “พิพากษายืน”


ดังนั้นจากคดีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวสรุปเป็นรายงานเพิ่มเติม ว่า สิ่งที่พระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ที่ได้พิจารณาและสอบสวนหาหลักฐานข้อเท็จจริง จึงเป็นที่มาของการออกคำสั่งปลด พระครูวิสิฐสีลาภรณ์   อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน(วัดหิรัญญาราม) นั้น ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นตำนานการต่อสู้เพื่อยื้อคดีมาจนถึงศาลฎีกา บัดนี้ ได้ปิดตำนานเรื่องฉาวลงแล้ว ลำดับขั้นตอนต่อไปฝ่ายคณะสงฆ์คงต้องขอให้ฝ่ายบ้านเมืองรวมถึงฝ่ายทหารเร่งใช้มาตรการในการที่จะเรียกศรัทธาของประชาชนให้กลับเข้ามากราบไหว้ทำบุญใน วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน(วัดหิรัญญาราม) อย่างโปร่งใส ต่อไป

ทัศนัย  สำนักข่าวทีนิวส์ 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายสิทธิพจน์ เกบุ้ย(พจน์)