โกงกระทั่งคนตาบอด?! ส่อไม่โปร่งใส เงินสมาคมคนตาบอดเป็นล้าน หายไปไหนหมด วอนคนตาดีช่วยทีทำให้กระจ่างที (มีคลิป)

Publish 2017-08-07 18:25:41

วันที่ 7 ส.ค. 2560  เรื่องความวุ่นวายของคนตาบอดที่เป็นสมาชิกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตรที่มีเรื่องเงินนับล้านบาทเข้ามาเกี่ยวข้องจนเป็นเหตุร้องทุกข์ ร้องเรียน ฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ล่าสุด นางผิวพรรณ กลักเพชร อายุ 53 ปี (เป็นคนตาบอด) อยู่บ้านเลขที่ 221/5 หมู่ 9 บ้านป่ากระช่อง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ได้แสดงหลักฐานเป็นหนังสือร้องเรียนที่ส่งถึงฝ่ายปกครองจังหวัดพิจิตร ว่า ขอให้ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย ของสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร โดยชี้เหตุผลว่า เกิดความไม่โปร่งใสในการใช้เงินที่เป็นงบประมาณสนับสนุนมาจากทางราชการที่นับรวมแล้วเป็นเงินนับล้านบาท อีกทั้งในวันที่ 9 ส.ค. 2560 ก็จะมีการจัดให้การเลือกตั้งนายกสมาคมคนตาบอดพิจิตร แต่ดูเหมือนพฤติกรรมจะไม่โปร่งใสจึงเรียกร้องให้ฝ่ายปกครองรวมถึงฝ่ายทหารด้วยความมั่นคงอยากขอให้มาช่วยทำเรื่องจริงให้คนตาบอดได้กระจ่างแจ้งแก่ใจ 




เช่นเดียวกับ นายสมพงษ์  ทองอร่าม อายุ 56 ปี (คนตาบอด) อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 7 บ้านไผ่พัฒนา ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร  มีอาชีพนวดแผนไทย , นายฉ้อน วีระพันธ์ อายุ 56 ปี (คนตาบอด) อาชีพนวดแผนไทย , นายสมศักดิ์ อังกุลคุปต์ อายุ 36 ปี (คนตาบอด )  จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งได้ร่วมกันร้องทุกข์ ร้องเรียน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร ว่า สมาคมได้รับเงินสนับสนุนจากทางราชการเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาสมาชิกที่เป็นคนตาบอดมีสภาพเหมือนคนตาบอดที่ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าดวงตาที่มืดมิด กล่าวคือ มิเคยได้รับรู้เรื่องราวรายรับ-รายจ่าย รวมถึงสิทธิที่ควรจะได้รับ จึงอยากให้มีการตรวจสอบ ที่สำคัญในวันที่ 9 ส.ค. 2560 สมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง นายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร ซึ่งก่อนที่จะมีการลงคะแนน อยากให้มีการประชุมชี้แจงให้โปร่งใสเสียก่อน เพื่อที่สมาชิกที่เป็นคนตาบอดจะได้รู้ข้อเท็จจริงเพราะที่ผ่านมาเมื่อมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ทั้งคนตาดีและคนตาบอดต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา จึงอยากให้ทางราชการรวมถึงฝ่ายทหารให้ช่วยทำเรื่องจริงให้คนตาบอดได้รู้แจ้งเห็นจริงถึงความโปร่งใสด้วย เพราะที่ผ่านมาหลายปีทุกอย่างดูมืดมิดไปหมด


ในส่วนของ น.ส.การะเกตุ พันธ์มี (คนตาบอด ) รักษาการนายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า สมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร มีรายรับที่เป็นเงินอุดหนุนจากส่วนราชการและสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 26-27 ก.ค. 2560 ก็ได้นำเอาบัญชีไปชี้แจงและให้ปลัดอำเภอโพธิ์ประทับช้างตรวจสอบในทุกโครงการอย่างโปร่งใส ซึ่งก็มี 7 โครงการที่มีเงินให้มากบ้างน้อยบ้าง แต่โครงการต้นกล้าอาชีพมี 4 โครงการๆละ 300,000 บาท  ให้ดำเนินการอบรมเรียนรู้ให้กับสมาชิกที่เป็นคนตาบอดได้เรียนในวิชานวดแผนไทย วิชาการใช้ไม้เท้า วิชาการใช้อักษรเบรลล์ซึ่งต้องใช้เวลาเรียน 90 วัน ใช้เงินเป็นค่าวิทยากร – ค่าน้ำ-ค่าไฟ –ค่าอาหาร  ทุกอย่างตรวจสอบได้ตามระเบียบของราชการ น.ส.การะเกตุ (คนตาบอด ) รักษาการนายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่มีเงินผ่านมือนับล้านบาทแต่เงินที่ได้มาต้องใช้ต้องทำโครงการไม่ใช่เงินได้เพื่อเก็บสะสมจึงต้องหมดไปตามปีงบประมาณ ส่วนวันที่ 9 ส.ค. 2560 จะมีการลงคะแนนเลือก นายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตร นั้น ก็ได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส จะมีตัวแทนจาก สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย , ตัวแทนจาก สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้ง จ.พิจิตร , ตัวแทนจากฝ่ายปกครองและจาก สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ ที่จะมาร่วมสังเกตการณ์และจัดการเลือกตั้ง นายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ ซึ่งก็มีผู้ลงสมัครแข่งขันที่เป็นคนตาบอด 4 คนด้วยกัน ส่วนสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนมีทั้งสิ้น 141 คน  

สำหรับกรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะทีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงมีคนตาดีที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังที่มีหน้าที่กำกับดูแล แต่ไม่ได้สื่อสารข้อมูลให้เข้าใจซึ่งกันและกันจึงต้องเป็นเหตุให้คนตาบอดต้องออกมาร้องทุกข์ร้องเรียนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันวุ่นวายไปหมดอีกด้วย

สิทธิพจน์   เกบุ้ย   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.พิจิตร



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายสิทธิพจน์ เกบุ้ย(พจน์)