27ปีความวัยเยาว์ทางการเมืองของอภิสิทธิ์ วุฒิภาวะบนความไม่เร้าใจ ?!?

27ปีความวัยเยาว์ทางการเมืองของอภิสิทธิ์ วุฒิภาวะบนความไม่เร้าใจ ?!?

Publish 2019-03-21 14:46:38


ก็เพราะเวลามันเหลือน้อย จะทำอะไรจึงต้องรีบทำ ใช่เพราะเหตุนี้หรือไม่ จึงทำให้ประชาชนได้เห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลาว่างขยันนั่งเขียนจดหมาย จากฉบับแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 ที่เรียกว่า เขียนจดหมายรักถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ ระบุว่าตนเป็นนักการเมืองมานาน 27 ปี คนไทยอาจจะมองว่าตนจืด ไม่เร้าใจ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็ย้ำด้วยว่าตนยังคงเหมือนเดิม นั่นคือไม่มีทางทำร้ายคนไทย และขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศเลือกตน ซึ่งจดหมายฉบับนี้มาพร้อมๆกับการประกาศจุดยืนไม่หนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งประชาธิปัตย์ยังพร้อมไปเป็นฝ่ายค้านด้วย และล่าสุดก็ตามมาเป็นฉบับที่สอง ว่าด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย ซึ่งอ่านแล้วก็เกิดความรู้ว่าไม่ต่างไปจากฉบับแรก ทั้งยังเกิดคำถามตามมาว่า แท้ที่จริงแล้ว27ปีบนเส้นทางการเมืองของอภิสิทธิ์  คิดถึงประโยชน์ใครกันแน่ระหว่างตนเองกับประเทศชาติ ซึ่งวันนี้ลองมาพิจารณาด้วยกัน

 

 


ไม่เอาใคร แล้วจะยังไง???

 

10 มีนาคม นายอภิสิทธิ์  เขียนจดหมายคแพร่ผ่านทางแฟนเพจส่วนตัว Abhisit Vejjajiva โดยใช้โวหารการเขียนประหนึ่งเขียนจดหมายให้คนรัก โดยคนรักในจดหมายคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ เนื้อหากล่าวถึงการเลือกของคนไทย ว่าที่ผ่านมาคนไทยหลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ต้องอยู่กับความสัมพันธ์แย่ๆ แต่นายอภิสิทธิ์ก็ย้ำว่าคนไทยยังมีทางเลือก อย่างน้อยก็เลือกที่จะออกจากความสัมพันธ์แย่ๆ ได้

 

นอกจากนี้ ตอนท้ายจดหมายยังได้ระบุว่าตนเองเป็นนักการเมืองมานานกว่า 27 ปี คนไทยอาจจะมองว่าตนนั้นจืด ไม่เร้าใจ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็ย้ำว่าตนเองยังคงเป็นคนเดิม นั่นคือไม่มีทางทำร้ายคนไทย และขอให้คนไทยเลือกตน โดยทิ้งท้ายข้อความในจดหมายว่า “เลือกผมเถอะครับ ผมรักคุณ”

 

ต่อมาก็มีจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งมีการเผยแพร่ ส่งต่อกันให้ว่อนในโลกโซเชียลฯโดยใช้ชื่อว่าเป็นจดหมายรักจากน้องประ​ชาชน​ ถึง​ พี่มาร์ค โดยจะขอหยิบยกเอาบางส่วนที่สำคัญของจดหมายฉบับนี้มาบอกเล่ากันเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายอภิสิทธิ์

 

 



 

อภิสิทธิ์  

 

จดหมายรักถึงพี่มาร์ค

#ขอให้ถึงหูอภิสิทธิ์

ได้อ่านจดหมายรักจากพี่​ น้องคิดว่าเราคงต้องเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาใจของเราแล้วล่ะ​

 

พี่มาร์ค​  พี่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติและรูปสมบัติ​ พี่มีครบทุกอย่างและเป็นคนดี​ แต่ตอนที่เราคบกัน​ ชีวิตน้องยุ่งเหยิงมากก  มีเรื่องเลวร้าย​เกิดขึ้นมากมาย​ น้องต้องเผชิญกับคนที่เอารัดเอาเปรียบน้อง​ มาเฟียในเครื่องแบบ​ มาเฟียในคราบผ้าเหลือง​ อีกทั้งแฟนเก่าเลวๆ​ ของน้องที่ปอกลอกครอบครัวน้อง​จนเกือบหมดตัว​ และยังยุยงให้ครอบครัวน้องแตกกัน​ ตีกัน​ และ​เผาบ้านน้อง​  ตอนนี้เค้าและครอบครัวของเค้าก็หนีคดี​ไปต่างประเทศ​ อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งแต่ก็คอยเสี้ยมคนในครอบครัวของน้องให้ตีกันอยู่เรื่อยๆ

 

ลุงก้าวเข้ามา​ในชีวิตน้อง ลุงกำราบคนนิสัยไม่ดีพวกนั้น​  ถึงไม่หมดไป​ แต่ก็ทำให้​ 5​ ปีที่ผ่านมาชีวิตของน้องดีขึ้น​ คนโกงเอารัดเอาเปรียบหลายพวกถูกจับได้​ สภาพแวดล้อมของบ้านน้องดีขึ้น​ ไม่ถึงกับดีที่สุด​ แต่ก็ดีขึ้น  น้องเองไม่เคยรักชอบคนในเครื่องแบบสักเท่าไหร่​ พี่เองก็รู้​   แต่​ 5​ ปีที่ผ่านมา​ เห็นความตั้งใจ​ และจริงใจของลุง ก็เริ่มรู้สึกตัวว่ามีใจให้ลุงขึ้นเรื่อยๆ​

 

น้องต้องเลือกคนที่เข้มแข็งพอจะมาดูแลชีวิตเราจัดการคนนิสัยไม่ดีรวมถึงแฟนเก่าและผองเพื่อนเลวๆ​ให้ออกไปจากชีวิตน้องและครอบครัวของน้อง​

 

น้องประชาชน

 

 

นั่นเชื่อว่าเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของประชาชนที่มีความรู้สึกเมื่อได้ฟังจดหมายของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกที่สำนึกใด เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.62  นายอภิสิทธิ์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงที่มาของจดหมายรัก 27 ปี โดยนายอภิสิทธิ์ได้เขียนบทความพิเศษนี้เผยแพร่ผ่านบล็อก Medium โดยเล่าย้อนไปตั้งแต่ วันที่ 14 ตุลาคม 2516 วันนั้นผมอายุ 9 ขวบ นั่งอยู่หน้าจอทีวีขาวดำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ สิ่งที่ผมจำได้แม่นเป็นภาพติดตาคือ พี่ๆนักศึกษาจำนวนมากที่อายุไม่มากกว่าผมเท่าไร ออกมารวมตัวกันเพื่อจะเรียกร้องอะไรบางอย่าง วันนั้นประเทศของเราหยุดนิ่ง รถเมล์ก็หยุด บนถนนร้างไปด้วยผู้คน

 

คุณพ่ออธิบายให้ผมฟังว่า พี่ๆเหล่านี้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้น ผมก็เห็นภาพที่พี่ๆนักศึกษาเหล่านั้นได้รับชัยชนะ เพราะพวกเขาสามารถขับไล่คนที่ครอบงำเสรีภาพและความไม่ถูกต้องออกไปได้ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรแต่วันนั้น ผมเองรู้สึกตื่นเต้นมาก เป็นวันที่ผมเห็นกับตาตัวเองว่า คนตัวเล็กๆ เมื่อรวมกันแล้ว สามารถเป็นพลังบริสุทธิ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและเลือกชีวิตที่ดีได้ นั่นคือวันที่ผมคิดและเชื่อว่า คนตัวเล็กๆอย่างผม น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นอีกคนที่เลือกสิทธิเสรีภาพแบบที่ผมเห็นได้

 

ตอนผมอายุ 11 ขวบ ผมฟังการถ่ายทอดการประชุมสภาเกือบทุกนัด เอาจริงคือฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง วันหนึ่งผมกำลังฟังประชุมสภา ก็ได้พบแรงบันดาลใจของผมในการเป็นนักการเมือง ผมได้ยินการอภิปรายของนักการเมืองท่านหนึ่ง ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคือคนที่ ตรงไปตรงมา มีหลักการ ทำในสิ่งที่ควรทำและยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้น เขาเปิดโลกใหม่ให้ผมเชื่อว่า ‘เราเลือกได้ เราก็เป็นแบบนั้นได้’ คนๆนั้น คือ คุณชวน หลีกภัยตั้งแต่ 11 ขวบ ….. ผมมีความฝันที่จะทำให้เป็นจริง คือทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยที่สุจริต ไม่คดโกง สิ่งที่ผมเชื่อไม่เคยเปลี่ยนเลย ตั้งแต่ 11 ขวบ คือ พลังจากตัวคนเล็ก ๆ ที่เลือกได้ และสามารถการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จนถึงทุกวันนี้

 

คนชอบพูดและเชื่อกันว่า นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่มีความตั้งใจที่ดีเข้ามาในระบบ แต่เมื่ออยู่ไปพักหนึ่ง คนเหล่านั้นจะถูกพลังมืดดูดเข้าไปและท้ายสุดจะถูกกลืนแล้วกลายเป็นนักการเมืองที่ทุจริตและไม่ซื่อสัตย์อยู่ดี ผมไม่ได้เป็นคนจะท้าทายใคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมเองต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความเชื่อผิด ๆ นั้น ไม่เป็นความจริงคือ สิ่งนี้มีจริงแท้และเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ คือ การมีนักการเมืองที่ตั้งใจและทำงานอย่างสุจริตและไม่คดโกง

 

 

ผมต้องการให้การทำงานตลอดระยะเวลาของความเป็นนักการเมืองของผมเป็นบทพิสูจน์ ทำให้ผมเชื่อใน ‘ประชาธิปไตยสุจริต’ จนถึงทุกวันนี้

 

ผมรู้สึกสะเทือนใจมากกับการหาเสียงครั้งนี้ แม้จะเดินหาเสียงมากว่า 27 ปี ก็ไม่เคยเห็นประชาชนวิ่งมากอดแล้วเล่าความทุกข์ยากให้ฟัง เสมือนหนึ่งว่า “ช่วยชีวิตฉันด้วย เศรษฐกิจมันแย่แล้ว ทุกอย่างมันแย่แล้ว”

 

ผมเข้าใจว่าผมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเราทุกคน มีความฝัน มีความต้องการ มีความอยากได้เสรีภาพ ไม่ถูกควบคุม ผมเข้าใจว่า ‘คุณ’ รู้สึกแบบนั้น และอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและครอบครัว ผมเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง ผมเชื่อในความดี ความซื่อสัตย์ ความสุจริต เชื่อในเสรีภาพ เชื่อในการสร้างสิ่งที่สร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหาได้ เผชิญความจริงได้ เราต้องเชื่อว่า เรามีประเทศที่มีเสรีภาพและไม่ทุจริตได้ พวกเราต้องเริ่มจากความเชื่อ แล้วเราจะเดินต่อไปได้ มันเหมือนกับคนสมัยก่อนที่มีความเชื่อว่า โลกแบน พวกเขาเลยกลัวในการเดินเรือออกไปไกล ๆ เพื่อเผชิญโลกใหม่ ๆ เพราะกลัวจะตกโลก ทำให้ชีวิตพวกเขาอยู่ที่เดิม แผ่นดินผืนเดิม แต่เมื่อวันที่เขาเชื่อใหม่ว่า โลกใบนี้กลม การเดินทางไกล การสร้างเรือเดินสมุทร การค้นพบสิ่งใหม่ การสร้างสิ่งใหม่ ก็เกิดขึ้นเพียงแค่จากความเชื่อนั้นเอง

 

ผมเริ่มต้นที่ความเชื่อ นำความเชื่อไปสู่การปฏิบัติ สุดท้ายก็คือความเชื่อที่ผมขอยืนยันว่า ‘เราต้องเชื่อก่อนว่า ประชาธิปไตยที่ดี ที่สุจริตนั้นมีจริง และเราเลือกได้ครับ’

 

 

นั่นคือทั้งหมดของจดหมายฉบับที่สองที่นำมาให้เห็นกันแบบเต็มๆ ให้รู้ ได้เห็นต่อวิธีคิดของนายอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังวาดหวังจะกลับไปสู่เก้าอี้นั้นอีกครั้งทั้งที่ในสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ทางการเมือง ดูเหมือนจะไม่ค่อยเปิดอำนวยให้เท่าไหร่นัก??? กระนั้นนายอภิสิทธิ์ก็ยังมีความพยายามปีนป่ายด้วยการประกาศไม่หนุนบิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ เพื่อหวังช่วงชิงคะแนนและอำนาจต่อรอง นี่เป็นเพียงข้อสันนิฐานวิเคราะห์ของคอการกาแฟ แต่ที่แน่ๆฟันธงลงไปได้เลย ประตู่ของนายอภิสิทธิ์ปิดแทบสนิทด้วยวุฒิภาวะทางการเมืองที่ยิ่งอยู่ยิ่งอ่อนด้อยลงไปจริงหรือไม่ 24มีนามีคำตอบ!?!? 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ทนายวันชัยไล่ส่งอภิสิทธิ์ ได้ตายตามประกาศแน่ แฉลึกเหตุประกาศไม่หนุนประยุทธ์
-ประยุทธ์ผู้คอยช่วยเหลืออภิสิทธิ์ ตั้งแต่สงกรานต์เลือด ม็อบนปช.53เป็นหน.คุมสถานการณ์ฉุกเฉินเอง
-"ฟองสนาน" ทำนาย ว่าที่แคนดิเดทนายกฯ "เจ๊หน่อย ดวงแตก-อภิสิทธิ์ เปลี่ยนอาชีพ-บิ๊กตู่ ทุกขลาภ "

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์