บิ๊กตู่ประกาศลั่นเชียงราย ปท.ไม่ใช่บริษัทอย่ามาเรียกค่าต๋ง ลั่นคนชั่วมีอยู่ หลัง24มี.ค.อย่าให้คนดีหายหมด

Publish 2019-03-16 14:18:42


จากกรณีวันนี้(16มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ผู้แทนป่าชุมชน โดยมีประชาชน 20,000 คน ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ทันทีที่มาถึง นายกฯ ได้เดินทักทายประชาชน ก่อนกล่าวว่า หายใจได้นะ เงียบเหลือเกิน ตื่นเต้นกันเหรอ ตนไม่เคยตื่นเต้น เพราะทำมา 5 ปีแล้ว ยินดีที่ได้มาพบทุกคน ก่อนที่ นายกฯ จะร่ายกลอนด้วยการอู้คำเมืองว่า “ถึงตั๊วจะไม่ใช่คนแรกของหัวใจ แต่ความรู้สึกที่ฮื้อไปก็มากกว่าไผที่ผ่านมา”



 

“ตนเคยมาเชียงราย 3 ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ยังรักทุกคนเหมือนเดิม รักแต๊ๆ รักขนาดๆ รักมากๆ มาตรวจเยี่ยมอะไรต่างๆ ก็มา ถ้าไม่มาก็อ่านรายงานแก้ปัญหาต่างๆ และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงรัฐมนตรีลงมาฟังเสียงชาวบ้าน อย่าฟังรายงานอย่างเดียว ต้องดูของจริงด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ได้ดูของจริงหลายอย่าง คราวที่แล้วตนได้มาช่วยเรื่องหมูป่าซึ่งต่างประเทศเขาไม่เคยเห็นประเทศไหนเป็นแบบประเทศไทยมาก่อน ที่มาช่วยกันโดยไม่เห็นประโยชน์ตอบแทน ขณะที่นายกฯ ได้สนับสนุนการดำเนินการในส่วนของกระทรวงมหาดไทยทหาร ตำรวจ ทุกอย่างถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ

 

โดยเฉพาะกรณีหมูป่าดังทั่วโลก ประเทศไทยตนก็หน้าบานยิ้ม ซึ่งนี่คือคนไทย ถ้าพวกนักท่องเที่ยวมาจะเจอแบบนี้ เจอธรรมชาติสวยงาม อาหารอร่อยทุกภาค ทุกจังหวัดมีเหมือนกัน ราคาถูก แต่ต้องมีคุณภาพด้วยและเสน่ห์บ้านเราคือรอยยิ้ม นายกฯขอฝากอย่างเดียวคือกลับไปที่บ้าน ตั้งแต่เช้ายิ้มบ้างหรือยัง นายกฯที่ผ่านมา บางครั้งไม่ค่อยยิ้ม เพราะบางทีเครียดทำงานทั้งวันทั้งคืนตอนนอนก็ฝัน บางทีก็ฝันว่าตื่นเพราะบางทีนอนไม่หลับ ตื่นมาก็ต้องมาจด มาเขียนอะไรต่างๆ แต่วันนี้ตนเลือกเข้ามาเองและต้องเข้าใจว่าทำไมตนเข้ามา และเข้ามาได้อย่างไรเพราะอะไร

 

 



 

 

วันนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งตนได้วาดอนาคตวันข้างหน้า 20 ปี ในทุก 5 ปี จะมีการใช้จ่ายงบประมาณและเห็นผล โดยใช้กฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ดูแลประชาชนทุก กลุ่มฝ่าย ให้โอกาสทั้งคนรวยและคนไม่รวย ทุกคนมีโอกาส วันนี้เราต้องทำอนาคตให้คนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างโอกาสปลดล็อคข้อกฎหมายพร้อมกันนี้ต้องสร้างมรดกให้กับรุ่นหลัง การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การบริหารบริษัท ใครจะเก่งมาจากไหนไม่รู้ บริษัทมีส่วนได้ส่วนเสียคือผู้ถือหุ้นและจ้างคนมาบริหาร ถ้าบริหารไม่ดีขาดทุนเยอะก็ไล่คุณออก เอาคนใหม่มา ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมต้องสร้างให้ทุกคน ผมเปรียบเสมือนพ่อบ้าน มีสมาชิกครอบครัว 68 ล้านคน มีความต้องการแตกต่างกัน เราต้องทำให้คนในครอบครัวมีความสุข การดำเนินงานต่างๆ เราต้องใช้สติปัญญา

 

ผมไปที่ไหนก็ไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ประเทศไทย ไปที่ไหนก็คิดถึงบ้าน ไปก็ไปประชุมไปนอนที่โรงแรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียบ นั่นคือการทำงานของผม ไปใช้เวลาให้น้อยกลับให้เร็ว ยืนยันทำบริษัทง่ายนิดเดียวจ้างคนเก่งมา ต้องกำไรเท่านั้น รัฐบาลมีกำไรหรือไม่ ได้รายได้มาก็ให้คนข้างล่าง เก่งแค่ไหนก็ตามมาเจอหน่อยสินายกฯประเทศไทย”

 

 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน อยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่มีเงินในบ้าน ก็ยังมีเงินซื้อของที่เก็บไว้ในบ้านในตู้เย็น โดยซื้อของจากร้านที่มีเครื่องรับบัตร แต่ถ้าทุกคนไม่ยอมลงทุนแล้วอยากได้เงิน 500 บาทมันให้ไม่ได้ เพราะมันจะทำให้อ่อนแอไปเรื่อยๆ นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งเราต้องแก้ไขปรับวิธีการบริหารราชการให้เหมาะสม เปิดการฝึกวิชาชีพให้เพิ่มเติมวันหน้าให้มากกว่านี้ แต่ต้องหาเงินให้ได้มากขึ้น เรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำถ้าจะปรับขึ้นก็ต้องขึ้นให้กับแรงงานต่างด้าวด้วย ต้องเท่าเทียมกันหมดไม่เช่นนั้นจะผิดทันที องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะเล่นงานตาย จึงต้องพิจารณาว่าจะขึ้นเท่าไหร่ วันนี้คณะกรรมการ3ฝ่ายพิจารณาอยู่ 300-330 บาท การจะขึ้นได้ต้องพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ได้ใบรับรอง

 

“ผมไม่ต้องการให้รักผมด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง ผมรักท่าน ต้องรักลูกให้ถูกวิธี เราต้องสร้างทุกอย่างให้ดีแต่อย่าสร้างทั้งหมดแบบปราสาททราย เพราะมันจะล้มครืนไปทั้งหมด และต้องสร้างประชาธิปไตยใหม่ให้ได้ ที่เป็นประชาธิปไตยสากล ที่ทุกคนอยากได้ จำไว้ไม่ใช่บริษัท จะมาเรียกต๋งเติ๋งอะไรไม่มี วันนี้อย่าใช้ความรู้สึกอย่างเดียว เราต้องเป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีความเข้มแข็ง และมีเสถียรภาพ ส่วนผู้นำใครอยากเป็นก็เป็น แต่ต้องทำอย่างที่ผมทำมันถึงจะเกิดขึ้น ทั้งหมดอยู่ที่พวกท่าน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

 

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวฝากพี่น้องทุกคนเดินหน้าไปด้วยกัน คิดเรื่องจับมือก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ วันใหม่ของเราคือวันที่ 24 มี.ค.62 ท่านต้องการวันใหม่แบบไหน คิดถึงคนอื่นเขาด้วย ทำให้มันดี ทุกคนต้องซื่อสัตย์ จงรักภักดีประเทศไทยมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นั่นคือมิ่งขวัญหลักชัยของประเทศ

 

“คนชั่วก็มีอยู่ อย่าให้มันทำ ประเทศชาติจะเข้มแข็งด้วยความมั่นคง มีเสถียรภาพทางการเมือง รัฐบาลเข้มแข็ง ผมถึงต้องเข้ามา ถ้าไม่เข้ามามันจะเกิดอะไรขึ้น คิดกันตรงนี้ด้วย ขี้ลืมกันจริงๆ อย่าไปอีกนะ อย่าไปกรุงเทพฯ วันนี้อย่าไปตามที่ใครเคยชักชวน เจ็บตายมาก็เดือดร้อนกัน และไม่มีใครอยากทำร้ายกัน แต่กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมรักพี่น้องชาวเชียงรายทุกคนเด้อ ผมพยายามจะพูดแต่ก็ผสมภาษาอีสานด้วย รักหลายๆเด้อ รักขนาดๆ”

 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนลงจากเวที นายกรัฐมนตรี ได้บอกประชาชนที่มาร่วมรับฟังให้ทำท่าทางตามตนเอง ด้วยการทำมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยู แล้วทุบไปที่หน้าอกข้างซ้าย พร้อมบอกว่า ทำความดีด้วยหัวใจ มอบความรัก ที่มันจริงใจ ใครพูดแล้วไม่ทำ คิดเอาเอง ทั้งนี้ระหว่างเดินพบปะพี่น้องประชาชนนายกรัฐมนตรี ได้เดินไปพลาง ร้องเพลง คนดีไม่มีวันตาย พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า  เหรียญมีสองด้านเสมอ ถ้ามีด้านเดียวคือเหรียญเก๊ และอย่าปล่อยให้คนดีหายหมด เหลือแต่คนไม่ดี รู้ใช่ไหม คนไม่ดีคือใคร

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์