หันดาบย้อนแทงตัวเอง !!! ใครคือไอ้โม่งหลังฉาก...?  ชงชื่อ...

หันดาบย้อนแทงตัวเอง !!! ใครคือไอ้โม่งหลังฉาก...? ชงชื่อ...

Publish 2019-02-14 12:04:06


สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในประเด็นการพิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 
ขณะที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562  กกต. ยืนต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังที่ประชุมกกต.มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เนื่องจากเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง  ขณะเดียวกันหากพิจารณาจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้น หากมีการยุบ “พรรคไทยรักษาชาติ” สถานการณ์การเมืองต่อจากนี้สั่นสะเทือนแน่นอนทั้งพรรคไยรักษาชาติ และพรรคตระกูลเพื่อ

 

 

 
มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กกต.ได้พิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติ มีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคล เพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวนหนึ่งรายชื่อ และเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92
พร้อมกันนี้ กกต. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ยื่นคำร้อง และดำเนินคดี ตลอดจนมีอำนาจ ในการดำเนินกระบวนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

 

หากดูถึงรายละเอียด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หมวด 8 การสิ้นสุดของพรรคการเมือง   มาตรา 92 ระบุความว่า "เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น  (1) กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ 

 

(2) กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ต่อแต่นี้จะเป็นอย่างไรต่อไปคงต้องไปหลังจากที่กกต.ยืนต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่  ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. มีมติประกาศรับรองการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี รวม 45 พรรคการเมือง และไม่ประกาศของพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอรายชื่อแคนดิเดตมาก่อนหน้านี้ นี่ก็เป็นภาพที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ ว่าสิ่งที่ “ไทยรักษาชาติทำ” เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย” จึงไม่สามารถเสนอพระนามได้ 

 



ขณะที่หากติดตาม ความเคลื่อนไหว “ไทยรักษาชาติ” ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ยินยอมที่จะรับเรื่องนี้  แม้ว่า 12 กุมภาพันธ์ 62 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พวกเราพรรคไทยรักษาชาติ ขอน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ การที่มีมติของ กกต.ที่ไม่ประกาศรายชื่อแคนนิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ พวกเราเห็นว่ามีมติออกมาแล้วถือว่าเป็นข้อยุติ ซึ่งทางพรรคเองไม่มีข้อโต้แย้งใดใด หลังจากนี้ไป จะต้องเดินหน้าสู้สนามเลือกตั้งเพื่อหาเสียง โดยจะใช้เวลาให้เร็วที่สุด

 


 

 
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง 13 กุมภาพันธ์ 2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งนายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติซึ่งได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรคให้เข้ายื่นหนังสือ ถึงประธาน กกต. ขอให้ กกต. ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และ หลักนิติธรรม   โดยนายสุรชัย กล่าวว่า พรรคเห็นว่าหากกกต.จะดำเนินการพิจารณาและมติดังกล่าวก็ควรให้โอกาสพรรคในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อย่างน้อยควรให้โอกาสไต่ถามว่าสาเหตุที่กระทำไปมีเจตนาอย่างไรและมีพยานหลักฐานใดจะเข้าชี้แจงบ้างการเร่งรีบรวบรัดตัดสินก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเป็นเหมือนการนำพรรคไทยรักชาติออกไปจากสนามก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ต่างอะไรกับการลงโทษประหารชีวิตก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.

 


พรรคขอยืนยันในหลักกฎหมายว่าในการไต่สวนสอบสวนชี้ขาดการกระทำความผิดของพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง และกกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้รอบด้านจะฟังความฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาให้ได้ชี้แจงแสดงหลักฐานไม่ได้เพราะจะขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักกฎหมาย    อีกทั้งรัฐธรรมนูญก็ยังให้การคุ้มครองเสรีภาพโดยกำหนดไว้ในมาตรา 4 แม้แต่ผู้ต้องหาในคดีอาญาก็ยังมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

 

 

ดังนั้นจึงต้องขอโอกาสให้กับพรรคได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย แต่ถ้าจะตัดสินก่อนการเลือกตั้งก็สุดแล้วแต่พร้อมจะยอมรับในดุลยพินิจ “เหตุที่มาวันนี้ก็ต้องการจะยื่นเสนอว่า ไม่ควรจะรวบรัดตัดสิน    อย่างน้อยควรจะให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศที่มีสิทธิเลือกตั้งได้มีโอกาสไปใช้สิทธิขั้นพื้นฐานเพราะการเลือกตั้งได้ห่างหายนานหลายปี เนื่องจากเรื่องนี้กระทบกับพรรคและสมาชิกพรรคทั่วประเทศ   คงต้องติดตามเพราะแม้ว่าฝั่งไทยรักษาชาติ จะไปยื่นเอกสารกับกกต.แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจง หากดูการให้สัมภาษณ์ของ “สุรชัย ชินชัย” คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ  รอให้กกต.เปิดโอกาสให้พรรคเข้าชี้แจงแสดงหลักฐาน ฝ่ายกฎหมายของพรรคก็พร้อมจะนำพยานบุคคลเข้าชี้แจง 
 



13 กุมภาพันธ์ 62  ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พวกเรามีข้อกังวลเหมือนกันในกรณียุบพรรค แต่ก็ต้องให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการไป และเป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องชี้แจง ทั้งเหตุผล ตลอดจนข้อกฎหมาย และพยานต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสู้คดี แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการให้เราไปชี้แจงแต่อย่างใด ซึ่งเราคิดว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องมีสิทธิในการแสดงพยานหลักฐานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เมื่อถามว่าจะมีการเตรียมพยานบุคคล ซึ่งจะมีพระนามของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ด้วยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องปรึกษากับทางฝ่ายกฎหมายก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากได้ข้อสรุปอย่างไรจะได้นำเรียนต่อสื่อมวลชนต่อไป

 

 

13 กุมภาพันธ์ 62 นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค ทษช. กล่าวว่า ได้เตรียมทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร โดยวันนี้นายฝ่ายกฏหมายของพรรคไทยรักษาชาติ ได้ไปยื่นหนังสือกับทาง กกต. และกกต.ก็ได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว  ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานบุคคลจะรวมถึง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้วยหรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า ขอยังไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องที่คณะกฎหมายจะต้องปรึกษาหารือกันต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญข้อกล่าวหายังไม่มี   ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติจะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ 14 คน ต้องเว้นวรรคการเมืองเป็นเวลา 10 ปี  จากการตรวจสอบรายชื่อกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ มีจำนวน 14 คน ประกอบด้วย

 

1.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ
2.นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1(ลูกชายนายพายัพ ชินวัตร)
3.นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2
4.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3
5.นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4

 


6.รศ. ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค(ลาออกแล้ว)
7.นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค
8.นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค (ลูกนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ)
9.นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1(ลูกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย)
10.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค

 


11.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3
12.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ
13.นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร)
14.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหาก กกต.มีมติยุบพรรคการเมืองและส่งศาลรัฐธรรมนูญ พรรคดังกล่าวต้องหยุดหาเสียงก่อนหรือไม่ 
ว่า ในกฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย เพราะแต่ละอย่างไม่รู้ว่าข้อหาเบาหรือหนักขนาดไหน ข้อหาในการยุบพรรคมีหลายเรื่อง เช่น ถ้าข้อหาที่ถูกร้องยุบพรรคเป็นความผิดที่ทำซ้ำๆ กันอยู่ทุกวัน ซึ่งระหว่างกระบวนการวินิจฉัยยุบพรรคยังไม่จบ จะให้ทำต่อคงไม่ได้

 

 

และสำหรับกระบวนการไต่สวนของ กกต. หลังพรรคไทยรักษาชาติ) ท้วงว่า กกต.ไม่ได้มีการไต่สวนพรรค ทษช.ก่อน ข้อเท็จจริงต้องเชิญพรรค ทษช.ชี้แจงก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า  ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร และไม่ทราบว่าในชั้น กกต.จำเป็นจะต้องฟังใครขนาดไหน เป็นกระบวนการของ กกต. แต่ถ้ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปชี้แจงต่อศาล เพราะในชั้น กกต.เป็นเพียงการรวบรวมหลักฐานว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะต้องยุบพรรค

 

    เพราะฉะนั้นสังคมกำลังติดตามว่าในวันที่ “ไทยรักษาชาติ” จะนำพยานบุคคลเข้าชี้แจง จะได้รู้ไปเลยว่า บุคคลไหนหรือใครคือคนไปทูลเชิญ และเกี่ยวข้องกับครั้งนี้ด้วยและคนๆนี้ จะมีความผิดอาญาด้วยหรือไม่    รวมทั้งหากมีการเข้าชี้แจ้งต่อ กกต. คงต้องมีการตั้งคำถามว่าต้องใคร คนไหนดำเนินการ ซึ่งเท่ากับว่าไทยรักษาชาติหันดาบย้อนแทงตัวเอง

 


 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-กกต.เอาจริง!!! ลงมติเอกฉันท์ 7 เสียง ยุบ "ไทยรักษาชาติ"
-"สนธิญาณ"ฟันธงยุบ"ไทยรักษาชาติ"เมื่อไหร่ ตายยกแก๊ง หนียกครัว!! "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯอีก5 ปี



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์