เต็มใจให้หลอก? เปิดโพลทักษิณเขี่ย หญิงหน่อย ดัน ชัชชาติ คะแนนนำ!

เต็มใจให้หลอก? เปิดโพลทักษิณเขี่ย "หญิงหน่อย" ดัน "ชัชชาติ" คะแนนนำ!

Publish 2019-01-30 08:06:09


ติดตามกันต่อเนื่องกับสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เพราะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ ยิ่งกับความคืบหน้าว่าพรรคเพื่อไทยจะมีการเสนอให้ ใครเป็นหนึ่งในสามรายชื่อบุคคลผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทนนักการเมืองรุ่นเก๋าภายในพรรคเพื่อไทย  

 

 

โดยต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยมีชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ถูกคาดหมายว่าจะได้รับโอกาสนี้ และประเด็นสำคัญคือต้องไม่ลืมว่า คุณหญิงสุดารัตน์ อาจจะพลาดโอกาสดังกล่าว ให้กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” หรือไม่   และที่สำคัญไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะเป็นจังหวะทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์อีกครั้งที่ แบบรู้เขาหลอกหรือให้ใครคนนั้นที่อยู่แดนไกลหลอกใช้เท่านั้นเอง

 


เพื่อความชัดเจนคงต้องมาติดตามกันที่ รายชื่อของบุคคลที่จะอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้มีการหารือและน่าจะเป็นข้อสรุปได้แล้ว รอเพียงการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น  ... 28 ม.ค.62 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นบัญชีรายชื่อนายกฯนั้นที่เห็นตัวกันแล้ว 2 คน คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค แต่รายชื่อที่ 3 ยังไม่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าพรรคจะส่งครบ 3 รายชื่อ    

ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯลำดับ 1 ของพรรคเพื่อไทยว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าข่าวนี้มีที่มาอย่างไร เพราะพรรคยังไม่ได้สรุปรายชื่อผู้ลงสมัคร ส.ส. และบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าพรรคมีคนที่มีความสามารถหลายคน โดยที่ผ่านมาพรรคเน้นทำงานกันเป็นทีม แต่ละคนทำตามหน้าที่ที่พรรคมอบหมาย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ก็ทุ่มเททำงานให้พรรคมาต่อเนื่อง 
    

29 ม.ค.62 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย  ประกอบด้วย  อันดับหนึ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับสอง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  และอันดับสาม ซึ่งขณะนี้มี 2 ชื่อ และต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และ นายชัยเกษม นิติศิริ  .... ไม่เพียงเท่านั้นถึงกับมีการบอกกันว่า  รายชื่อดังกล่าวนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารพรรคเรียบร้อยแล้วและก่อนหน้านี้ทาง นายทักษิณ ชินวัตร ได้มีการทำโพลเรียบร้อยแล้ว โดยทำโพลถึง 4 ครั้ง และถือว่าเป็นโพลที่เชื่อได้ และนายทักษิณ จะใช้หน่วยงานนี้ทำโพลให้ตลอดในช่วงที่ทำการเมืองที่ผ่านมา

 

 



โดยผลโพลที่ออกมาปรากฎว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ 220 คะแนน ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ 170 คะแนน ซึ่งต่างกันถึง 50 คะแนน  ... อย่างไรก็ตามผลโพลที่ออกมาในครั้งแรกและครั้งที่สอง ชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ นำมาโดดเด่น เนื่องจากในช่วงนั้นยังไม่มีการผลักดันนายชัชชาติ ให้เป็นตัวเลือกของประชาชน แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการเสนอชื่อนายชัชชาติ ออกมาทำให้ประชาชนให้ความสนใจ และทำให้ผลโพลในครั้งที่สามและสี่ออกมาว่านายชัชชาติ นำโด่ง ...  ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าที่สุดแล้วจะมีการเสนอนายชัชชาติ เป็นชื่อแรกในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยแต่ก็เชื่อว่าคุณหญิงสุดารัตน์

 

 

จะไม่มีปัญหาเพราะเสียงที่ออกมาเป็นการสะท้อนถึงพลังเสียงของประชาชนจริงๆที่ต้องการให้นายชัชชาติ เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคและสมาชิกก็ต้องฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ด้วย  แต่ที่แน่ๆ  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ “Oak Panthongtae @oak_ptt” ถึงกรณีการจับมือกันหาเสียงของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า ขอชื่นชม “สปิริต” และความสามัคคีของ 2 แกนนำแห่ง “ทีมเพื่อไทย” เห็น “สุดารัตน์” ที่ไหน เห็น “ชัชชาติ” ที่นั่น ทั้ง 2 ท่านลั่นวาจาไว้ “จะไม่ยอมให้ใครตกม้า” ความสามัคคี ที่ร่วมกันทำงานโดยไม่หวังประโยชน์ส่วนตน ถึงแม้จะเริ่มจากจุดเล็กๆ แต่ก็ถือเป็นความหวังหนึ่งของพี่น้องประชาชนครับ


ขณะเดียวกันวันที่ 28 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดสัมมนาพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ตลอดถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคพท. ขึ้นกล่าวทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรคและนั่งคู่ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ตลอดทั้งงาน 

 

 

“ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์  ระบุถึงชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจะเกิดขึ้นได้ ด้วยขุนพลของเราที่ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งที่หวัง เชื่อว่าทุกท่านจะทำให้เกิดความสำเร็จ นำชัยชนะมาสู่ประชาชน ขอให้อดีต ส.ส.มีกำลังขวัญกำลังใจ และส.ส.ใหม่ขอให้ร่วมกันสู้ ชัยชนะจะไม่ไกลเกินเอื้อม วันที่ 24 มี.ค.คือวันแห่งชัยชนะของประชาชน หมดเวลาแล้วสำหรับรถถัง ได้เวลาแล้วของผู้บริหารมืออาชีพ” 

 

    ที่สำคัญก่อนหน้านี้  “คุณหญิงสุดารัตน์” ออกมายอมรับว่า เรื่อง การวางตัว “ชัชชาติ” ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่กระแสข่าว แต่เป็นเรื่องที่ที่ประชุมพรรคมีการพูดคุยกันภายในพรรค และตนเองก็จับมือทำงานร่วมกันกับนายชัชชาติ มาโดยตลอด โดยจะทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน
ซีจี    "คุณหญิงสุดารัตน์" หรือแค่เบี้ยเผื่อเลือกของ "ทักษิณ"?

 

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไป ต้องถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับ เส้นทางทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ กับ “ทักษิณ ชินวัตร”  เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ทิ้งพรรคพลังธรรม ได้ร่วมเป็น 1 ใน 23 นักการเมือง ตั้งพรรคไทยรักไทย โดยมี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นหัวหน้าพรรค เคยเป็นรองโฆษกรัฐบาล และมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย อาทิ รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.สาธารณสุข, รมช.มหาดไทย และรมช.คมนาคม



ต่อเนื่องถึงพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยบทบาทของคุณหญิงหน่อย ก็สร้างความโดดเด่นเสมอมาไม่ว่าในตำแหน่งรัฐมนตรี   .... ทั้งนี้หากย้อนกลับไปดูบทบาทของ คุณหญิงสุดารัตน์ หลายปีก่อนก็เคยเผชิญกับความบาดหมาง กับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คีย์แมนสำคัญในพรรคเพื่อไทย ถึงขั้นไม่มองหน้ากัน  จากภาษาคำพูดที่อีกฝ่ายเลือกใช้กับอีกฝ่าย


ไม่เพียงเท่านั้นหากเราได้ย้อนไปดู พิจารณา  “ชัชชาติ” ถือว่ามาแรงไม่เบา สำหรับ “ชัชชาติ” ก้าวเข้าสู่เส้นทางทางการเมือง ชัชชาติในฐานะนักวิชาการ ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานและให้คำปรึกษาแก่กระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช  โดยที่ไม่ได้มีตำแหน่งใด  จนกระทั่ง พ.ศ. 2555 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  นโยบายของ ชัชชาติให้ความสำคัญกับการขนส่งระบบรางเป็นพิเศษ ผลงานในช่วงที่เขาเป็นรัฐมนตรี อาทิ การแก้แบบสถานีกลางบางซื่อให้รองรับรถไฟความเร็วสูง, การแก้แบบสายสีแดงเข้มจาก 3 ทางเป็น 4 ทาง, การจัดซื้อจัดขบวนรถด่วนพิเศษ CNR จำนวน 8 ขบวน, การเปลี่ยนรางรถไฟในภาคเหนือตอนบนทั้งหมด, ให้ข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไปนั่งรถเมล์มาทำงานแล้วรายงานปัญหา

 

 

ภาพชัดที่ทำให้รู้จัก "ชัชชาติ" ตอนเป็นรัฐมนตรีได้ดียิ่งขึ้น คือ การตัดสินใจใช้โซเชียลมีเดียสนับสนุนการทำงานของตนเอง ผ่านสังคมเฟสบุ๊ค  ... ไม่เพียงเท่านั้น “ชัชชาติ” ยังมีภาพลักษณ์เป็นรัฐมนตรีติดดิน ไม่ว่าจะเป็น  -มีคนเห็นชัชชาติ รอรถเมล์ที่หน้ากระทรวงคมนาคม ซึ่งก็คือสาย 8 ที่ถูกร้องเรียนเรื่องการให้บริการมากที่สุด
-ซ้อนจักรยานยนต์รับจ้าง   -โหนรถเมล์นั่งรถสองแถว   -โดยสารรถไฟ   -ออกตรวจตราราชการในพื้นที่ต่าง ๆ  -รวมถึงการลงพื้นที่เพื่อตรวจปัญหาด้วยตนเอง
-หลายครั้งที่เขาไปตรวจงานตามองค์กรของรัฐโดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า  .... ทั้งหมดเป็นการเปิดโปรไฟล์ของ “ชัชชาติ” สมัยที่ทำหน้าที่ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ จนได้รับการกล่าวขนานนามว่าเป็น"รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"  

 

 

     เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจจะได้เน้นย้ำดูในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560  กำหนดรายละเอียดขั้นตอนการแต่งตั้งบุคคลผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี  มาตรา 159 แบ่งเป็น 2 กรณีคือ 1)พรรคเสนอชื่อ กับ 2)บุคคลภายนอก

 

1)พรรคเสนอชื่อ
-ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ม.160
-มาตรา 88 มีรายชื่อใน บัญชีของพรรค  ที่มี สส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
-รายชื่อมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
-ต้องมีคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาทั้งหมด (เกิน 326)


รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
แต่งตั้งบุคคลผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี
มาตรา 159
1.    พรรคเสนอชื่อ    -ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ม.160
-ม.88 มีรายชื่อใน บัญชีของพรรค  ที่มี สส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
-รายชื่อมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
-ต้องมีคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาทั้งหมด (เกิน 326)

 


2.    บุคคลภายนอก - ถ้าแต่งตั้งไม่ได้ สมาชิกสส.เกินกึ่งหนึ่ง (251 คน) เข้าชื่อยกเว้น ม.88 แต่ต้องได้มติ 2 ใน 3
    2) บุคคลภายนอก  ... ถ้าแต่งตั้งไม่ได้ สมาชิกสส.เกินกึ่งหนึ่ง (251 คน) เข้าชื่อยกเว้น ม.88 แต่ต้องได้มติ 2 ใน 3

 

    อย่างไรก็ตาม บริบทต่อไปที่ต้องจับตาแรงกระเพื่อภายในพรรคเพื่อไทย จะมีการสั่นไหวในระดับไหนเป็นเรื่องไม่มีใครตอบได้  โดยเฉพาะ “คุณหญิงสุดารัตน์” ที่ดูเหมือนว่าครั้งนี้ รู้อยู่เต็มอกว่าคนแดนไกลจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือไม่ 
 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา