นักการเมืองดัง หงอเป็นแถว! กฏเหล็ก กกต. คุมเข้มหาเสียงผ่านเฟส!

"นักการเมืองดัง" หงอเป็นแถว! กฏเหล็ก กกต. คุมเข้มหาเสียงผ่านเฟส!

Publish 2019-01-26 11:11:58


การเลือกตั้งในปี 2562 เป็นการสู้ศึกค่อนข้างจะดุเดือด โดยเฉพาะ ปฏิบัติการข่าวสารที่นักการเมืองใช้สื่อสารกับประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งแบบนี้ผ่านช่องทางของ พื้นที่สังคมออนไลน์ จะได้เห็นนักการเมืองทั้งหน้าใหม่ และ หน้าเก่า ประลองความสามารถ สร้างภาพลักษณ์ของตนเอง ทั้งในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ แม้ในอินสตาแกรมด้วยงลงวสาเดกห   โดยใช้เครื่องมือนี้ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกพรรค และ ผู้สนับสนุน เข้าถึงภาพลักษณ์ของเขา แต่เหมือนว่าตอนนี้บรรดา “นักการเมือง” ออกอาการผวาไปตามๆกัน หยุดโพสต์โซเชียล หวั่นผิดกฎหมายเลือกตั้

 


หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียง ซึ่งรวมทั้งการหาเสียงทางสื่อโซเชียล โดยในวันนี้นักการเมืองหลายคน โพสต์ข้อความยุติการใช้สื่อโซเชียล หรือบางคนปิดเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์  สำหรับราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ประกาศ โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ระบุว่า
ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง มีดังนี้

 

1.ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง  2.ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะ ดังต่อไปนี้   (1) ผู้ประกอบอาชีพ หรือเป็นเจ้าของกิจการเกี่ยวกับรายการทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สื่อมวลชน เป็นต้น ใช้ความสามารถ หรือวิชาชีพดังกล่าว เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมือง   กรณีตาม (1) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้สมัครที่ใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตน หาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง

 

 

(2) แจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการวาง หรือโปรยในที่สาธารณะ   (3) หาเสียงเลือกตั้งโดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม (4) ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ

 

ทั้งนี้ผู้สมัครต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องตามแบบฟอร์มที่ กกต. กำหนด ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบตั้งแต่วันสมัคร รับเลือกตั้งเป็นต้นไปหรือก่อนดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้ง ให้นําค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ไปคํานวณ เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมืองด้วย



เริ่มต้นที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุคระบุว่า เนื่องจากขณะนี้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับแล้ว  ดิฉันจึงของดการโพสต์ข้อความ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง จนกว่าจะได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว

 


นายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า “เนื่องจากขณะนี้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับแล้ว

กระผมนายวัน อยู่บำรุงจึงของดการโพสต์ข้อความและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง จนกว่าจะได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

 

 

    ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ว่าระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียง อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งหลายข้อ เช่น การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำได้ แต่จะต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทางและระยะเวลาให้ กกต.จังหวัดทราบตั้งแต่วันสมัครรับเลือกตั้งเป็นต้นไปหรือก่อนดำเนินการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์

 

   
    ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra พร้อมเปลี่ยนรูปภาพประจำตัว โดยนำรูปของตนเองออก รวมถึงโพสต์ภาพที่มีข้อความว่า ขออภัย ปิดปรับปรุง อยู่ระหว่างการรอเลือกตั้ง โดยนายพานทองแท้ขึ้นข้อความประกอบว่า

“ชอบบรรยากาศแบบไหน…คนไทยขอ ”เลือกเอง!!””



ไม่เพียงเท่านั้นยังมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า เนื่องจากขณะนี้พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้ง สส. มีผลบังคับใช้แล้ว  จึงขอหยุดโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งจนกว่าจะได้แจ้งต่อ กกต.เขต เรียบร้อยแล้ว  จึงแจ้งมาเพื่อทุกท่านทราบ  แต่ขณะเดียวกัน 25 ม.ค. 62 "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ขณะนี้สามารถหาเสียงได้ทุกช่องทาง ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนด โดยเริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.กำหนดการหาเสียงทั้งการติดตั้งป้ายหาเสียง การใช้รถหาเสียง และการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย ขอให้ศึกษาจากระเบียบของ กกต.ที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและปฏิบัติตาม

 

 

    เช่นเดียวกับ พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงออนไลน์ด้วยว่า ผู้สมัครทุกคนมีสิทธิ์เสรีภาพในการหาเสียงโดยวันนี้สามารถแจ้งมายัง กกต.ได้เลย ว่าจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียใดบ้างในการหาเสียง โดยจะต้องแจ้งรายละเอียดชื่อและรูปภาพ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครเอง และเป็นการป้องกันการใช้บัญชีปลอม 

 


ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมืองหลายพรรคได้ทยอยแจ้ง กกต. ถึงจำนวนผู้ช่วยหาเสียงของว่าที่ผู้สมัครแล้ว เนื่องจากบางพรรคการเมืองได้เดือนหน้าหาเสียงไปบางแล้ว ส่วนการคิดค่าใช้จ่ายทางโซเชียลมีเดีย กกต.ได้ประสานขอความร่วมมือจาก ผู้ให้บริการในช่องทางต่างๆ ซึ่ง Google ไทยแลนด์ ได้ให้คำแนะนำในการคิดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงผ่านโซเชียลแล้ว และสัปดาห์หน้าจะหารือกับ Line ไทยแลนด์ เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายด้วย และขอเตือนผู้สมัคร ส.ส. เลยว่า อย่าพยายามโพสต์ใส่ร้ายผู้สมัครบุคคลอื่น เพราะผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษทางอาญา

 

 กรณีนักการเมืองและผู้สนับสนุนหลายคนประกาศปิดเพจและลดการเคลื่อนไหวผ่านโซเซียลมีเดีย เนื่องจากเกรงจะทำผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้น  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กถึงว่า  นักการเมืองที่เปิดเพจเฟซบุ๊กสามารถมีต่อไปได้ตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ถ้อยคำข้อความที่เป็นเท็จ ใส่ร้าย หยาบคาย ปลุกระดมหรือนำไปสู่การสร้างความแตกแยก

 

 

ดังนั้น นักการเมืองที่ปิดเพจ และเปิดเพจใหม่ เพื่อป้องกันปัญหาการโพสต์ในอดีตที่อาจมีข้อความในลักษณะดังกล่าว แล้วถูกแชร์ขึ้นมาใหม่อาจจะกลายเป็นปัญหาได้ ส่วนนักการเมืองที่ปิดเพจโดยถาวร แปลว่าท่านไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางสื่อสารทางโซเซียลเพื่อการหาเสียง  แต่อย่างไรก็ตาม หากถึงวันรับสมัครเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองทุกคนที่มีเพจ ต้องแจ้งชื่อเพจให้ กกต.ทราบในวันรับสมัครด้วย เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเพจดังกล่าว รวมถึงแจ้งเพจของกองเชียร์ที่ตนเองรับรองด้วย "การแชร์เพจของนักการเมือง สามารถทำได้ โดยให้พิจารณาว่าเป็นข้อความที่ไม่เป็นเท็จ ไม่ใส่ร้าย ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย จะไม่เป็นความผิดใดๆ นี่เป็นความเห็นของผมครับ


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบรรดานักการเมืองที่ประกาศผ่านสื่อโซเชียล ไม่แสดงความคิดเห็น  ทั้งที่หากดูตามข้อเท็จจริงแล้วระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดชัดเจนว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพียงแค่จะต้องไปแจ้งรายละเอียดการหาเสียงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ไม่ได้เป็นข้อยุ่งยากตามที่นักการเมืองบางคนพยายามจะหยิบยกมาเป็นประเด็น

 


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา

ติดตามข่าวอื่นๆ