ย่ามใจไปมั้ง!! จ่านิว ป่วนไม่หยุดพล่านจัดอยากเลือกตั้ง จำได้มั๊ยศาลขอนแก่นคาดโทษไว้ยังไง??

ย่ามใจไปมั้ง!! "จ่านิว" ป่วนไม่หยุดพล่านจัดอยากเลือกตั้ง จำได้มั๊ยศาลขอนแก่นคาดโทษไว้ยังไง??

Publish 2019-01-12 14:47:39


เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นทางการเมืองที่ต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด สืบเนื่องจากกรณีการรวมตัวของกลุ่มคน "อยากเลือกตั้ง" ภายหลังมีเหตุสุดวิสัยจำต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากเดิมวันที่ 24 ก.พ. 2562 ออกไปอย่างน้อย 1 เดือน นำมาซึ่งการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนดังกล่าวให้เห็นอย่างประปราย โดยเจตนามาจากการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป  

จนกระทั่งวานนี้ 11 ม.ค. 2562 มีรายงานความคืบหน้าว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้มีการรวมตัวชุมนุม โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า อิมพิเรียลเวิลด์สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งประมาณ 100 คน นำโดย นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ได้ปลุกระดมให้ประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันออกมาเคลื่อนไหว โดยบรรยากาศผู้ร่วมทำกิจกรรมได้นำป้าย ข้อความ ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ขึ้นชู และแสดง สัญลักษณ์ 3 นิ้ว พร้อมกับตะโกนเรียกร้อง เจตนารมณ์ 3 ข้อ คือ ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ไม่ล้ม และ ไม่ต่ออายุ คสช.



อีกทั้งยังกล่าวต่อว่า "ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ขอให้พี่น้องออกมากันให้มากที่สุด หากใครไม่สามารถเดินทางไปร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ได้ ให้ไปร่วมชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัดของแต่ละจังหวัด เพื่อร่วมกันประกาศชัยชนะครั้งแรก ตั้งแต่ รัฐบาล คสช.เข้มายึดอำนาจ อย่างไรก็ตามโดยกิจกรรมชุมนุมดังกล่าว ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น"

ซึ่งก็ต้องจับตามองต่อไปว่ายุทธวิธีการระดมกำลังของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนำโดย จ่านิว ซึ่งเป็นแกนนำนั้นจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ดีภายหลังสืบค้นกลับพบว่าตัวของ จ่านิว เองนั้น เป็นบุคคลเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชนักติดหลัง เพราะย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2560 ศาลจังหวัดขอนแก่นได้ทำการเบิกตัว ผู้ต้องหาในคดีละเมิดอำนาจศาล คดีเลขที่ ลม.1/2560 พร้อมทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นายพายุ บุญโสภณ นายอาคม ศรีบุตตา น.ส.จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว 



โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2560 โดยศาลมีคำพิพากษา แยกเป็นผู้ต้องหาที่ 1-6 ให้รอการลงโทษ เป็นเวลา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี โดยให้มารายงานตัว 6 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของ จ่านิว ซึ่งในขณะนั้นเป็นแกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ และเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะจบการศึกษาแล้ว มีความผิดในคดีฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 500 บาท แต่ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้คุมความประพฤติอีก 1 ปี เช่นเดียวกัน คือต้องมารายงานตัว 6 ครั้ง เช่นเดียวกันผู้ต้องหาที่ 1-6 และให้ทุกคน บำเพ็ญประโยชน์อีก 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทั้ง 7 คน ไปคบค้าสมาคมหรือรวมตัวกัน หรือจัดกิจกรรม อันที่เป็นลักษณะที่จะเป็นความผิดในทำนองเดียวกันอีก

อย่างไรก็ตามนับแต่นั้นเป็นต้นมา จะเห็นได้ว่า จ่านิว นั้นยังคงเป็นตัวตั้งตัวตีดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมาโดยตลอด โดยประหนึ่งไม่ยี่หระต่อคดีที่ศาลออกคำสั่งห้ามไม่ให้ทำความผิดในทำนองเดียวกัน แน่นอนว่าเป็นความผิดจากกิจกรรมทางการเมือง และในครั้งนี้ก็ปรากฏชัดว่าตัวเขานั้นอาจกระทำความผิดซ้ำรอยเดิม แน่นอนว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วคงจะยากยิ่งที่เขาจะมีโอกาสแก้ตัวดังครั้งที่แล้วมา เรียกได้ว่านับจับตามองยิ่งว่าตัวเขานั้นจะถือมั่นต่ออุดมการณ์อันแข็งกร้าวต่อไป หรือลดโทนปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลลง ด้วยเพราะสำนึกได้ต่อความผิดทางคดีความที่เคยก่อไว้...ก่อนที่จะสายเกินไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย