เรื่องชวนหัว กับว่าที่นายกฯ ชัชชาติ รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี! ผลงานเอ๋ย...เจ้าอยู่ที่ไหน

เรื่องชวนหัว กับว่าที่นายกฯ "ชัชชาติ" รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี! ผลงานเอ๋ย...เจ้าอยู่ที่ไหน

Publish 2019-01-04 11:41:12


 

ปลดโซ่ตรวนให้ออกมาได้ประจันหน้าประลองกำลัง...จะด้วยปรารถนาอันแรงกล้าเพื่อสนองต่อปากท้องประชาชน...หรือจะมุ่งหวังเอาชนะแต่ถ่ายเดียวอย่างไม่บริสุทธิ์ใจ...ก็สุดแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน

แต่หากจะว่ากันไปแล้ว..ภายหลังประกาศปลดล็อคมาแต่หนหลัง มีหลากหลายประเด็นที่คาบเกี่ยวสัมพันธ์กับบริบทการเมือง ที่ชวนติดตามและน่าสนใจยิ่ง...ทั้งชวนหัวและชวนฝันกับนโยบาย...ชวนระทึกและตื่นเต้นกับข่าวคราวการอันตรธานหายตัวไปของใครบางคน...หรือกระทั่งเรื่องฉาวทำนองสัมพันธ์สวาทก็ยังไม่เว้น

 

แต่อีกหนึ่งกระแสที่แทบจะสยบกลบทุกข่าวก่อนหน้า...เห็นทีจะเป็น...การจัดฉาก "ละครลิง" หรือจะไม่ใช่?...แต่ถ้าไม่ใช่อาจเป็นเพียงการ "หยั่งเชิง" ดูทางมวย...หรือจะเป็นไปได้ไหมว่าเกิดความผิดพลาดในภายหลังจากเจรจาผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวจนต้องพับกลยุทธ์เก็บไว้ก่อน...กับเสียงลือแว่วมาว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อหวังเก้าอี้ ส.ส. จากเดิม 150 ที่นั่ง เป็น 200 กว่าที่นั่ง..แต่ตอนหลังกลับกลายเป็นว่าทางพรรคออกมาโต้ว่า "ไม่เป็นความจริง" การวางหมากยังคงเดิม! แต่ก็ยังไม่วายมีกระแสข่าวลือทับซ้อนมาอีกว่า เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน... "ไม้หลักปักเลน" อะไรถึงเพียงนี้?



ทำประหนึ่ง "เด็กเล่นขายของ" ไม่กริ่งเกรงกันหรืออย่างไรว่าจะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของตนและพลพรรค...แต่ก็อีกนั่นแหละวิสัยนักการเมืองแก่พรรษาที่บำเพ็ญตบะมานานประเภท "กลับกลอกเป็นกระบอกจังหัน" ก็เป็นสิ่งที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นยากที่จะลบเลือนไปโดยง่าย...นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ประการสำคัญที่ประชาชนตาดำๆตระหนักถึง อาจมิได้เป็นตัวเลข ส.ส. ที่ต่างฝ่ายต่างโวเกทับข่มกันไปมา หรือระบบการเลือกตั้งที่ชวนปวดเศรียรเวียนเกล้า...หากเหนืออื่นใดสิ่งที่ประชาชนปรารถนาอย่างแรงกล้า พอๆกับที่นักการเมืองปรารถนาจะได้ขึ้นมาบริหารประเทศคือ เรื่อง "ปากท้อง"  กับนโยบายที่ทำได้ "จริง" ไม่ใช่สักแต่ "ขายฝัน"..

ก่อเกิดเป็นจินตนาภาพถึงนักการเมืองใดก็ตามยามเมื่อเขาเหล่านั้นขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี...และหากเป็นนายชัชชาติ ที่ดูจะ "ท็อปฟอร์ม" อยู่ในช่วงนี้ ประเทศจะถูกกำหนดให้เป็นไปในทิศทางใดนั้น...ก็น่านำมาพินิจคิดใคร่ครวญอยู่มากทีเดียว...ทั้งบุคลิคภาพเหมาะสมกับการเป็นผู้นำ...วาทศิลป์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครหน้าไหน...รอบรู้เจนจัดประหนึ่งพหูสูตรศาสตร์การเงินและเศรษฐกิจ...ถือครองสมญารัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี...แข็งแกร่งจนถึงขนาดที่ว่ามีคนนึกสนุกนำนายชัชชาติ เป็นโมเดลแต่งกายเลียนแบบด้วยเสื้อกล้าม-กางเกงขาสั้นสีดำ ถือถุงข้าวแกงพร้อมสรรพ แบบที่เรียกว่า "คอสเพล์" ตามสมัยนิยม

 

ไม่เพียงเท่านี้...เพราะยังมีเรื่องเล่าตอกย้ำถึง "ความแข็งแกร่ง" ของนายชัชชาติ โดย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หนึ่งในองค์ประชุมในวันรัฐประหารปี 2557 ที่ลำดับเหตุการณ์อย่างถึงแก่นทำนองว่า...พลันที่สิ้นเสียง "บิ๊กตู่" ความว่า "ผมยึดอำนาจประเทศตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" ดั่งวาจาสิทธิ์เพราะมีชายผู้หนึ่งถึงกับอ่อนระโหยโรยแรง ภาพลักษณ์ที่ทุ่มเทสร้างในมาดของบุรุษร่างกำยำ...ได้อันตรธานสลายสูญสิ้น ถึงกับต้องให้นายทหารช่วยหิ้วปีก พร้อมกับสติสตังที่เตลิดเปิดเปิง สมุดเล่มเดียวก็มิอาจหยิบไปด้วยได้...ก็แลดูท่าว่าขวัญคงจะกระเจิงจริงๆ



 

ใช่ว่าจะ "ไม่เคย" มีโอกาส "รับใช้ประชาชน" ... กับคำว่า "รับใช้ประชาชน" ที่ดูจะเป็นวาทกรรมที่นักการเมืองนำมาใช้สร้างความศรัทธา แต่หารู้ไม่ว่าหลายคนเริ่มจะระอาจนแทบจะเบือนหน้า เพราะบางครั้งคราวก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่รับใช้ใคร "ประชาชน" รับใช้ "นักการเมือง" หรืออย่างไร?...กับการขูดรีดภาษีจนหัวลีบให้นักการเมืองได้สวาปามจนอิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนายชัชชาติ ที่มีโอกาสพิสูจน์ตนเองครั้งสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เพราะตนนั้นเคยนั่งเก้าอี้ รมว.คมนาคม แต่ทั้งมุดหา...ควานหาก็แล้ว กลับไม่พบว่าตัวนายชัชชาติจะมีผลงาน "เป็นชิ้นเป็นอัน" อะไรกับเขาบ้าง...เปรียบเทียบกับทุกคำพูดที่ใช้หาเสียงหนหลังมานี้ ด้วยศัพท์ที่ดูจะซับซ้อนเกินกว่าที่ตาสีตาสาและประชาชนถ้วนทั่วจะเข้าใจอย่างทั่วถึง กลับกลายเป็นการชวนให้ "เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา" เสียมากกว่าเพราะประชาชนไม่ได้ต้องการทฤษฎีมากรอกหู...แต่ต้องการการปฏิบัติอย่างเป็น "รูปธรรม" ...ยังไม่ต้องริจะไปเศรษฐกิจระดับประเทศ ขอเพียงแค่ความต้องการระดับมูลฐาน เช่นว่าปัญหาการจราจรติดขัด...หรือขนส่งมวลชนที่ได้มาตรฐาน เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนรับผิดชอบของรัฐมนตรีคมนาคมคือตัวนายชัชชาติเอง ก็ยังแก้ไม่ตก

โอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น...กับนายชัชชาติที่ครั้งหนึ่ง ประชาชนเคยมอบให้แก่เขา...แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าใดนัก คงมีแต่ สิ่ง "สมมติ" และ "นามธรรม" อันชวนหลงใหลดังที่กล่าวมาข้างต้น...ที่ทำให้นายชัชชาติยังไม่ถูกผลักออกไปชายขอบการเมือง...ครั้นจะกล่าวปรามาศว่า "ท่าดีทีเหลว" ก็ไม่เหมาะไม่ควรนัก เพราะ คงต้องจับตาดูให้ผ่านพ้นฤดูเก็บเกี่ยว จนกระทั่งสัมผัสความหอมหวานจากชัยชนะหลังการเลือกตั้งให้ได้เสียก่อนเถิดหนา

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย