แจงแล้ว! รพ.วชิระภูเก็ต แถลงคลิปลุงหัวร้อนโวยเดือดจนท. เล่าความจริงลุงทำร้ายแต่ไม่เห็นในคลิป

แจงแล้ว! รพ.วชิระภูเก็ต แถลงคลิปลุงหัวร้อนโวยเดือดจนท. เล่าความจริงลุงทำร้ายแต่ไม่เห็นในคลิป

Publish 2018-09-13 12:01:10

สืบเนื่องจากคลิปร้อนบนโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตแชร์ส่งต่อกัน กรณีชายคนหนึ่งโวยเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดีใส่แถมยังไล่เขาอย่างไม่มีมารยาททำให้เกิดความไม่พอใจ ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยควบคุมสถานการณ์

 



 

โดยชายคนดังกล่าวระบุว่าเป็นญาติของคนไข้โวยเจ้าหน้าที่จับใจความได้ว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดีใส่และพูดไล่ตนจนเกิดความไม่พอใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนไข้และผู้อยู่ในเหตุการณ์

 

 

 

ซึ่งคลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ และต่อมาไม่นานเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ทางโรงพยาบาลได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเพจเฟซบุ๊ก Phuketandamannews ได้เป็นผู้เผยแพร่ข่าวและรูปภาพบรรยากาศการแถลงในครั้งนี้ระบุ

 


รพ.วชิระภูเก็ต แถลงข่าวชี้แจงข้อจริงกรณีเหตุความวุ่นวายบริเวณเคาน์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมโชว์ภาพวงจรปิดการทำร้ายเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลด้วย

 

 

โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีญาติผู้ป่วยไม่พอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ พร้อมเปิดภาพกล้องวงจรปิดให้ข้อมูลอีกด้าน ญาติผู้ป่วยใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ระบุทางโรงพยาบาลน้อมรับปัญหาที่เกิดขึ้นและยินดีจะปรับปรุงแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก เวลา 15.00 น.วันที่ 12 กันยายน 2561 ที่ห้องลีลาวดี โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมฝ่ายบริหาร และฝ่ายพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเกิดความวุ่นวาย ญาติผู้ป่วยรายหนึ่งไม่พอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งในการชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้มีการเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดของทางโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ นอกจากการต่อว่าเจ้าหน้าที่แล้ว ยังมีภาพขณะที่ญาติผู้ป่วยดังกล่าวทำร้ายเจ้าหน้าที่พยาบาลบริเวณเคาน์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน และยังเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ซึ่งหลบเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เพื่อจะทำร้ายอีกรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและญาติห้ามปราม ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

 

 

นายแพทย์วีระศักดิ์ กล่าวว่า “คลิปภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลฯ จริง โดยชายที่ปรากฏภาพในคลิปเป็นญาติของผู้ป่วยหญิงวัย 35ปี รายหนึ่ง ที่เข้ามารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล โดยญาติให้ประวัติว่า ขณะนั้นนั่งดื่มสุราด้วยกัน ผู้ป่วยมีอาการเกร็ง และเมื่อมาถึงโรงพยาบาลฯ เจ้าหน้าที่เปลก็รับตัวจากรถ ซึ่งญาติเป็นคนขับมาส่ง และได้รับการคัดกรองจากพยาบาลที่หน้าห้องฉุกเฉิน จากนั้นก็ส่งผู้ป่วยเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ขณะเดียวกันที่มีปัญหาคือ หลังส่งตัวผู้ป่วยเข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วก็ให้ญาติไปทำบัตรผู้ป่วย และเมื่อญาติกลับมาก็จะขอเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เนื่องจากขณะนั้นมีญาติซึ่งเป็นผู้หญิงเข้าไปแล้ว 1 คน แต่ผู้ชายที่อยู่ในคลิปไม่ยอมและจะขอเข้าไปให้ได้ จึงมีการถกเถียงกับเจ้าหน้าที่บริเวณจุดคัดกรองหน้าห้องฉุกเฉินดังกล่าว โดยเหตุที่ไม่ยินยอมให้ชายในคลิปเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เนื่องจากขณะนั้นภายในห้องฉุกเฉินค่อนข้างแน่นมาก มีผู้ป่วยวิกฤต (สีแดง) ประมาณ 4 คน มีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้ป่วยที่ต้องช่วยในภาวะวิกฤตอยู่ และการจะอนุญาตให้ญาติเข้าไปนั้น กรณีแพทย์ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือผู้ป่วยที่วิกฤตจริงๆ และต้องดูแลอย่างใกล้ชิด”

นายแพทย์วีระศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะญาติไม่พอใจ นอกจากนี้ยังใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ด้วย ด้วยการตบหน้าเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่ได้เป็นภาพข่าวหรือปรากฏในคลิป แต่เป็นภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งไม่ได้ตอบโต้ก็เดินหลบเข้าไปในห้องฉุกเฉิน และญาติของผู้ป่วยคนดังกล่าวยังเข้าไปภายในห้องฉุกเฉิน โดยพยายามยกเก้าอี้ฟาดเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวซ้ำแต่ทางญาติที่มาด้วยกันเข้าห้ามไว้ได้ทัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวแล้ว ฐานทำร้ายร่างกาย โดยทางโรงพยาบาลให้เจ้าหน้าที่รายนี้หยุดงานก่อนเป็นเวลา 3 วัน เพื่อพักฟื้นสภาพจิตใจ และจากการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่รายนี้ที่ผ่านมาก็ไม่พบการร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามรองผู้อำนวยการ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าเจ้าหน้าที่ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น จะได้มีการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง และยินดีที่จะรับฟังข้อมูลจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ยอมรับว่า ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นมาจากความล้มเหลวด้านการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่พยาบาลกับญาติผู้ป่วย โดยทางโรงพยาบาลน้อมรับปัญหาที่เกิดขึ้นและยินดีจะปรับปรุงแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก รวมทั้งจะได้หามาตรการในการแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับญาติผู้ป่วยเพื่อให้ลดความกังวลในระหว่างที่รอ รวมทั้งอยากขอร้องว่า หากมีการพูดจาไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ก็ขอให้มีการร้องเรียนหรือแจ้งผู้บริหารเพื่อจะได้มีการแก้ปัญหาและไม่ควรที่จะใช้ความรุนแรงต่อกัน

 

 

 

ขอบคุณ Phuketandamannews

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล