เดือด! กมธ. ซัดหนัก? บัตรคนจน คุ้มค่าไหม! พร้อมแจงปัญหาสารพัด ทำชาวบ้านส่ายหัวรัวๆ (รายละเอียด)

เดือด! กมธ. ซัดหนัก? บัตรคนจน คุ้มค่าไหม! พร้อมแจงปัญหาสารพัด ทำชาวบ้านส่ายหัวรัวๆ (รายละเอียด)

Publish 2018-06-12 13:42:44


การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562  ที่มีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กมธ.ฯ ได้พิจารณาถึงภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ และ รายละเอียดของเนื้อหาที่เสนอของบประมาณ

 



โดยที่ประชุมได้ตั้งคำถามต่อการดำเนินโครงการของรัฐบาล อาทิ บัตรสวัสดิการคนจน ที่พบปัญหาว่าไม่คุ้มค่า และ ไม่เกิดประโยชน์จริง  อาทิ ประชาชนในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับบัตรสวัสดิการคนจน มูลค่า 200 บาท แต่พบว่าการใช้จริง ต้องเสียเงินค่าเดินทาง 100 บาท เพราะต้องเข้าเมือง และซื้อสินค้าเฉพาะร้านที่มีเครื่องรูดบัตรสวัสดิการคนจน ซึ่งไม่คุ้มค่า และกรณีที่บ้านเรือนซึ่งไม่ใช่แก๊สหุงต้ม แต่บัตรสวัสดิการกำหนดให้ซื้อเฉพาะก๊าซหุงต้ม จะเฉลี่ยเงินดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่จำเป็นได้หรือไม่ รวมถึงศักยภาพการชดใช้หนี้ของประเทศ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงถึงการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการคนจน ว่า ล่าสุดนโยบายดังกล่าวมีความคุ้มค่าและสามารถแก้ไขความยากจนของประชาชนได้อย่างแท้จริง และเป็นกลไกที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้



โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกมธ.พ.ร.บ.งบฯ 62 ยังได้นัดประชุมต่อ วันที่ 12 มิถุนายน  เวลา 09.00 17.00 น. โดยมีวาระพิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการคลังและหน่วยนในกำกับ ได้แก่ กรมบัญชีกลาง ที่เสนอของบประมาณ 1,789 ล้านบาท , กรมศุลกากร ขอวงเงิน  4,319 ล้านบาท ที่มีรายการสำคัญ อาทิ ค่าจ้างบำรุงรักษาระบบตรวจสอบข้อมูลด้วยตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่อง เอ็กซ์เรย์ จำนว 125 ล้านบาท,งานป้อกันและปราบปรามการกระทำผิดทางศุลกากร วงเงิน 196 ล้านบาทที่ส่วนใหญ่เป็นงบดำเนินงาน  อาทิ ค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก ค่าซ่อมยานพาหนะ เป็นต้น, กรมสรรพสามิต ขอวงเงิน 2,584 ล้านบาท , กรมสรรพากร เสนอขอวงเงิน 9,490 ล้านบาท , กรมธนารักษ์ ที่เสนอของบประมาณ จำนวน 3,718 ล้านบาท

พิจารณาการเสนอของบประมาณของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 148  ล้านบาท , สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  ขอวงเงิน 2,150 ล้านบาท  โดยมีโครงการที่สำคัญ คือ การจัดประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังอาเซียน ครั้งที่ 23 และการประชุมอื่นเพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทการเชื่อมโยงอาเซียน วงเงิน 54 ล้านบาท และ หน่วยงานสุดท้ายของวัน คือ สำนักงานร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) วงเงิน 741 ล้านบาท เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการช่วยเหลือพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน  ซึ่งมีโครงการ อาทิ ค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับ สปป.ลาว, กัมพูชา ที่ทำโครงการต่างๆ อาทิ ทางรถไฟ ถนน เป็นต้น.

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี

ติดตามข่าวอื่นๆ