เเชร์ไว้เตือนสติคนไทย!! 3มนุษย์ป้าใจบอด..เข้าชมพระเมรุมาศกับการกระทำไร้จิตสำนึก..ด้วยความเชื่อเเบบผิดๆ!!.มันสมควรไหม??(ภาพชัดๆจะๆในข่าว)

เเชร์ไว้เตือนสติคนไทย!! "3มนุษย์ป้า"ใจบอด..เข้าชม"พระเมรุมาศ"กับการกระทำไร้จิตสำนึก..ด้วยความเชื่อเเบบผิดๆ!!.มันสมควรไหม??(ภาพชัดๆจะๆในข่าว)

Publish 2017-11-02 23:46:52

   

   หลังจากเกิดเป็นกระเเสวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ในโลกออนไลน์กับภาพที่หญิงสาวนักศึกษา 2 คน ได้เดินทางเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ   ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  ในรอบของการทดลองเข้าชม วันที่ 1พ.ย. 60 เเต่ได้มีการกระทำอันไม่เหมาะสม  ไร้สำนึกว่า สถานที่นี้ คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ พ่อหลวงร.9  เป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์  มีความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเกียรติยศควรค่าแก่การแสดงความเคารพควรมีกิริยาสำรวม

 

 

   จากกรณีความไม่เหมาะสมดังกล่าว หลังจากที่ ได้ทดสอบระบบให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีประชาชนบางส่วนกระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งถ่ายภาพชูสองนิ้วกับพระเมรุมาศ หยิบเอาก้อนหิน ก้อนดิน ดอกไม้ ข้าวของในงานกลับบ้าน  ทาง  กระทรวงวัฒนธรรม   ก็ได้ประชุมเพื่อพิจารณาผลการทดลองให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าชมนิทรรศการจำนวน 3 รอบ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยทางคณะกรรมการฝ่ายจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ได้มีมติไม่อนุญาตให้ประชาชนขึ้นชมพระเมรุมาศบนบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 โดยให้ประชาชนเดินชมความงดงามได้โดยรอบพระเมรุมาศ และอาคารประกอบต่างๆ เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และทุกคนสามารถถ่ายภาพได้ตามความเหมาะสม

 

 



  ทั้งนี้ยังได้มีการเเชร์ภาพของผู้คนที่มีพฤติกรรมอันมิบังควร ไม่มีความเคารพในสถานที่ ในการเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ เป็นภาพของ คุณป้า 3 คน เอามือไปเเตะ ลูบคลำที่รูปปั้น บริเวณบันไดขึ้นพระเมรุมาศ  เหมือนกับอยากที่จะลูบ สัมผัส เพื่อได้ความสิริมงคล  พูดง่ายๆภาษาบ้าน ก็คือ ทุกคนควรจะชื่นชมความงดงามด้วยศิลปทางสายตา ....  ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย!!!

 

 

 

 ด้านทาง "วสันต์ วณิชชากร" ช่างภาพฟรีเเลนซ์ ของสำนักข่าวเอพี ที่ได้โพสต์เผยเเพร่ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว ...Wason Wanichakorn... เปิดเผยเเง่มุมเสียงช่างภาพคนหนึ่ง กับการที่ได้พบเห็นพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่างๆ ดังนี้..

.

ช่วยกันบอกต่อทำความเข้าใจนะครับ....
....อยากให้ทุกคนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณพระเมรุมาศมีความสำรวม มีสามัญสำนึก ให้ความเคารพสถานที่ ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนหัวใจไทยทุกดวงรวมกันอยู่ที่นี่ ที่ที่พ่อประทับอยู่ครั้งสุดท้าย ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าชมด้วยความสงบ สำรวม ดูแต่ตา มืออย่าต้อง เก็บบันทึกภาพที่เหมาะควรไว้เป็นความทรงจำเพื่อระลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านเคยมีต่อพวกเรา

ในจุดรอคอยเจ้าหน้าที่ต้องเข้มข้นอย่างหนักในการปลุกเรียกจิตสำนึก การปฎิบัติตัวในสถานที่แห่งนี้ ผมเข้าใจว่าอารมณ์ของการที่จะได้เข้ามาอยู่ในบริเวณตรงนี้ก่อนนี้มันยากแสนยาก เลยอาจทำให้บางคนหลงลืมไปแล้วว่า ณ สถานที่ตรงนี้มันคือที่ซึ่งพวกเราต้องสำรวมและให้ความเคารพเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่หนึ่ง ซึ่งมิใช่แต่สิ่งสวยงามมาก เพื่อแต่จะได้สัมผัส ได้ถ่ายรูปทุกมุม ทุกที่ ไม่มีหยุดหย่อนอย่างที่กระผมเห็นมาและเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ให้เข้าชมแค่บริเวณด้านชั้นล่างครับ

.
อยากเชิญชวนให้พวกเราคอยบอกย้ำเตือนกันเองในการวางตัวในสถานที่ เพราะคนเข้าชมมีจำนวนมาก บางจุดเจ้าหน้าที่อาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง พวกเราต้องคอยทำความเข้าใจกันเอง บอกกล่าวกันเอง เป็นสิ่งที่สังคมต้องตระหนักอย่างยิ่ง ถ้าไปรุมประนามเฉพาะบุคคลจะผิดประเด็นไป

.
บริเวณรอบพระเมรุมาศมีตามศาลาลูกหลวงและพระที่นั่งทรงธรรมมีนิทรรศการที่มีประโยชน์น่าชม น่าอ่านและศึกษาจริงๆ อย่ามัวแต่ถ่ายภาพ
เรามีเวลาในนี้แค่ 45 นาที เลือกสิ่งที่ดี และให้ความเคารพสูงสุดต่อสถานที่เป็นสำคัญ
ขอให้เข้าชมด้วยความสุข ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทุกคนทุกท่านนะครับ

 

 

 

(ที่มาของ ดินที่ใช้ปั้นประติมากรรมต่างๆของพระเมรุมาศ)

 

 


 เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊ค ....Surussavadi Chuarchart..........

.
เหตุเกิดเมื่อวานนี้...วันเปิดทดลองเข้าชมพระเมรุมาศ
เพราะแค่ความต้องการสิริมงคลเข้าตัว
มนุษย์เหล่านี้จึงสามารถทำได้ทุกอย่างที่ไม่บังควร
ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมทางกรมศิลป์ จึงประกาศปิดขึ้นชมพระเมรุมาศอย่างเป็นทางการ
ในเมื่อหัวหงอกก็คิดไม่ได้ นับประสาอะไรจะไปสอนคนหัวดำ ดินกระสุนในกระถางหน้าพระเมรุ ยังถูกขโมยเอาไปอย่างไม่แยแส
ถ้าจะตอบตัวเองว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต เราคิดว่า คนที่หยิบไปจะได้เจอเรื่องอัปมงคลเป็นแน่
ลองเอาไปคิดดู จะเอามาคืนเอง หรือจะให้สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ตามทวงถึงบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ

Surussavadi Chuarchart

Wason Wanichakorn

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร

ติดตามข่าวอื่นๆ