คนจนเตรียมเฮ!!! รัฐไฟเขียวแจกเงินผู้มีรายได้น้อย 2.4 - 3.6 พันบาท/ปี ผ่านบัตรคนจน เริ่ม 1 ตุลาคม นี้

Publish 2017-08-30 07:54:06

วันที่ 29 ส.ค. 60 น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการประชารัฐสวัสดิการ การช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับผู้ลงทะเบียนคนจนไว้กับกระทรวงการคลังจำนวน 11.67 ล้านคน เพื่อนำไปลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยให้วงเงินรายเดือนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่นๆ ของกระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 41,940 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะเริ่มแจกบัตรให้กับคนจนที่มาลงทะเบียนกับรัฐตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. และเริ่มใช้ได้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป  

 



สำหรับการให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประกอบด้วย

1. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยให้วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยผู้มีรายได้มากกว่า 30,000-100,000 บาท/ปี จะได้รับวงเงินผ่านบัตร 200 บาทต่อเดือน หรือ 2,400 บาทต่อปี ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงินผ่านบัตร 300 บาทต่อเดือน หรือ 3,600 บาทต่อปี รวมทั้งวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคน ต่อ 3 เดือน 

2. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยจะให้วงเงินค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน วงเงินค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อเดือน วงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน 

 


สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคมในการดำเนินการ โดยคนกรุงเทพฯและอีก 6 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดสมุทรปราการ จังหวันนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะได้รับบัตรสวัสดิการแบบที่มีบรรจุ 2 ชิป โดยชิปแรกจะใช้กับรถเมล์และรถไฟฟ้า ส่วนชิปที่ 2 ใช้สำหรับใช้ซื้อสินค้าและขึ้นรถ บขส.และรถไฟ โดยจะใช้ผ่านเครื่องอีดีซีที่จุดให้บริการ เช่น ร้านค้า สถานีขนส่ง บขส. และสถานีรถไฟ ส่วนบัตรสวัสดิการของคนในจังหวัดอื่นๆ จะมีชิปเดียว จึงนำมาใช้ขึ้นรถเมล์และรถไฟฟ้าไม่ได้ แต่ถ้าใครมีการเปลี่ยนภูมิลำเนาย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มาแจ้งความประสงค์เปลี่ยนบัตรที่มี 2 ชิปได้ และในกรณีของผู้ที่ถือบัตรทำบัตรหายจะต้องทำบัตรใหม่ ซึ่งบัตรที่มี 1 ชิป ต้องเสียค่าใช้จ่ายทำบัตรใหม่ 50 บาท และบัตรที่มี 2 ชิป เสียค่าใช้จ่าย 100 บาท

 

 

ทั้งนี้ วงเงินที่รัฐบาลช่วยเหลือในการลดค่าใช้จ่าย จะแยกเป็นวงๆไป ไม่สามารถเอาวงเงินของแต่ละส่วนมารวมกันได้ ถ้าใช้เต็มวงเงินแล้วในเดือนนั้นก็จะใช้ไม่ได้อีก และถ้าใช้ไม่เต็มวงเงินจะนำไปสมทบกับเดือนต่อไปไม่ได้ พอขึ้นวันที่ 1 ของเดือนใหม่ก็จะมีวงเงินเพิ่มขึ้นมาใหม่เป็นเดือนๆไป ทั้งนี้ สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปีต่อๆไปนั้น ผู้ที่เคยทำการลงทะเบียนในปีนี้แล้ว ขอแจ้งว่าไม่ต้องมาลงทะเบียนใหม่อีก โดยทางกระทรวงการคลังจะตรวจสอบท่านเองว่ายังมีสิทธิ์หรือไม่ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยมาลงทะเบียนสามารถมาลงทะเบียนในปีต่อไปได้

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย

ติดตามข่าวอื่นๆ