ศาลฎีกายืนโทษจำคุก เสี่ยเจนภพ ซิ่งเบนซ์ชนเก๋งไฟลุก พราก 2  ชีวิต นิสิตปริญญาโท

ศาลฎีกายืนโทษจำคุก เสี่ยเจนภพ ซิ่งเบนซ์ชนเก๋งไฟลุก พราก 2 ชีวิต นิสิตปริญญาโท

Publish 2020-06-02 21:31:22


ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่ผู้คนเคยให้ความสนใจติดตาม  สำหรับกรณีการก่อเหตุของ  นายเจนภพ วีรพร  ในการขับรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กทม. ไปชนรถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน ฆย 6911 กทม. จนทำให้เกิดไฟลุกไหม้  ก่อนจะนำมาซึ่งความสูญเสีย 2 ชีวิต  พร้อมกันในซากรถ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า จ.สระบุรี หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ใกล้สะพานต่างระดับบางปะอิน    โดยศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  ศาลอุทธรณ์ตัดสิน เสี่ยเจนภพ ขับรถเบนซ์  พราก 2 ชีวิต )   




ล่าสุด  ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา   คดีที่อัยการอยุธยา และ  นายไพบูลย์ ถาวร กับพวกรวม 4 คน เป็นโจทก์ร่วม  ฟ้องร้อง  นายเจนภพ วีรพร จำเลย ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ขับรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเค สีดำ   พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 จนเกิดไฟไหม้ 

 

 

เป็นเหตุทำให้ นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย  นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย   โดนไฟคลอกเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2559

 


 



โดยองค์คณะศาลฎีกา พิเคราะห์ว่า  ในวันเวลาเกิดเหตุ  จำเลยได้ขับรถเบนซ์ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร   ลงมาจากโทลเวย์อุตราภิมุข มาบนถนนพหลโยธิน จนถึงบริเวณกม. 52+4000 แล้วชนกับรถฟอร์ด  ทำให้ผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ ถึงแก่ความตาย  รวม 2 ชีวิต

 

 

ศาลเห็นว่า แม้จำเลยขอลงโทษสถานเบา   โดยให้เหตุผลว่าได้จบการศึกษาปริญญาโทจากต่างประเทศ  เป็นกรรมการบริษัทต่างๆ ซึ่งทำประโยชน์แก่สังคม รวมถึงยังได้บวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต  นาน 2 เดือน 3 สัปดาห์  ถือไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ   เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาโทษดังกล่าว เหมาะสมแล้ว  จึงพิพากษายืน

 

 

ก่อนหน้าคดีนี้  ศาลชั้นต้นเคยมีพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาโจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และ 4 ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำคุกจำเลย

 

 

จากนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562  ลงโทษจำคุกจำเลย โดยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และ 4 อุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย  ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา

 


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;