ศรีสุวรรณจัดให้! บุกกกต.พรุ่งนี้ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบทษช.ชี้ชัดผิดมาตรา92(2)

Publish 2019-02-10 08:55:34



จากกรณี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำได้เดินทางเข้ายื่นบัญชีรายชื่อผู้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า พรรคได้เสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงรายชื่อเดียวเนื่องจากพรรคได้พิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม และพรรคเห็นว่าทูลกระหม่อมหญิงฯ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีความเหมาะสมที่สุด ทรงช่วยเหลือประชาชน ทรงเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งพระองค์ทรงงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด พระองค์ทรงมีพระเมตตาให้เสนอชื่อและให้เกียรติตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค



 

ต่อมาสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ได้เผยแพร่พระราชโองการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชนทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขและดูแลปกป้องประชาชนด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์เสมือนด้วยบิดา จึงทรงเป็น“พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง

 

 “การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าหน้า ๑ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

 

 



 

 

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวการเมือง สำนักข่าวทีนิวส์ ถึงกรณีพรรคไทยรักษาชาติที่เสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงฯ ก่อนที่จะมีพระราชโองการระบุสถาบันต้องอยู่เหนือการเมือง พร้อมทั้งยังมีการนำสถาบันไปยุ่งเกี่ยวการเมืองนั้นไม่สมควร ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปก็เกิดคำถามว่าพรรคไทยรักษาชาติเข้าข่ายกระทำความผิดที่อาจต้องโดนตรวจสอบให้ยุบพรรคตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายไพบูลย์ ระบุว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ เข้าสู่ความผิดตามมาตรา92(2)ที่กกต.ต้องนำมาพิจารณาในประเด็นการยุบพรรค ซึ่งก็อยู่ที่กรรมการจะพิจารณา ส่วนตนนั้นจะไม่ยื่นให้ยุบพรรคดังกล่าว ขณะที่การจะไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเองนั้น ต้องให้ทางต้นเรื่องคือกกต.เป็นผู้ดำเนินการก่อน จึงจะส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือหากประชาชนจะไปยื่นเรื่องก็ควรต้องไปที่กกต.ก่อน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะจบในวันที่ 11กุมภาพันธ์นี้

 

 

ล่าสุดวันนี้(10กพ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ส่งข้อมูลแจ้งกับสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งรายงานบอกว่าจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ให้พิจารณาส่งเรื่องพรรคไทยรักษาชาติไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ

 

 

ศรีสุวรรณจ่อยื่น กกต.เสนอศาล รธน.ยุบพรรค ทษช.

 

        ตามที่มีการเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ โดยพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)ตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี หรือ ที่เรียกว่าบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี เมื่อเช้าวันที่ 8 ก.พ. 2562นั้น ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทย ซึ่งก่อให้เกิดความสงสัยในหมู่ประชาชนทั่วไป ด้วยคำถามใหญ่ที่ว่า “การเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ” ซึ่งเป็นพระบรมจักรีวงศ์สามารถทำได้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือไม่ ซึ่งทางพรรคไทยรักษาชาติยืนยันว่าทำได้และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการเนื่องจากไม่มีบทกฎหมายใดห้ามไว้ และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 89 ทุกประการนั้น

           แต่เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการ โปรดเกล้าฯเมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.62 ว่า มิให้ "ทูลกระหม่อมหญิง" ลงเล่นการเมือง เนื่องจากเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ รวมทั้งขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ โดยพรรคไทยรักษาชาติจึงเป็นการเสนอผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 13 วรรคสอง ประกอบมาตรา 14(2) ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ที่สำคัญเป็นการดำเนินการที่ละเมิดต่อข้อ  17 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 โดยชัดแจ้ง

 

 ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปเป็นต้นเรื่องแจ้งต่อ กกต. เพื่อให้วินิจฉัยว่า การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย และระเบียบการหาเสียงของ กกต. ข้อ 17 อันเข้าข่ายองค์ประกอบมาตา 92(2) ของ พรป.พรรคการเมือง 2560 จึงเห็นว่า กกต.ควรจะต้องนำกรณีดังกล่าวเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อไป

      โดยสมาคมฯจะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 11 ก.พ.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B หลักสี่ กทม. นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว