เอาใจขาช็อป  คลังเตรียมทุ่มงบหมื่นล้านคืนภาษีแวต 5% ช่วง เทศกาลตรุษจีน

เอาใจขาช็อป คลังเตรียมทุ่มงบหมื่นล้านคืนภาษีแวต 5% ช่วง "เทศกาลตรุษจีน"

Publish 2018-11-30 14:51:15


เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลังเผยว่า ขณะนี้ทางกระทรวงฯ เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการช้อปช่วยชาติให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ธ.ค. 2561 แต่ในครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนที่เปิดกว้างให้กับทุกชนิดสินค้า แต่จะกำหนดประเภทโดยหลักคือ 

ยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย โดยจะมีสติ๊กเกอร์หรือคูปองกำกับชัดเจนเพื่อรองรับว่ายางรถยนต์ดังกล่าวเข้าโครงการช้อปช่วยชาติของรัฐบาล สำหรับหนังสือจะเป็นทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และ E-Book เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น และสุดท้ายกับสินค้าโอท็อป เพื่อเป็นการสนับสนุนชาวบ้านให้มีรายได้มากขึ้น (อ่านต่อเพิ่มเติม : คลังชง ช้อปช่วยชาติ 3 ประเภทสินค้าหักลดหย่อนภาษีได้ ยืนยันไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเคาะก่อนสิ้นปีแน่)
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด 30 พ.ย. 2561 กระทรวงฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างศึกษามาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ในช่วง "เทศกาลตรุษจีน" หรือในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ. 2562 จุดประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2562 และสนับสนุนมาตรการเนชั่นแนล อีเพย์เมนท์โดยจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ให้ประชาชนทั่วไป ที่ใช้จ่ายในช่วงวันดังกล่าว



โดยจะกำหนดวงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน หรือ คิดเป็นวงเงินการคืนภาษีสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อดำเนินมาตรการ 10,000 ล้านบาท  สำหรับรูปแบบของมาตรการ จะทำในลักษณะเดียวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) โดยประชาชนที่จะได้คืนแวต 5% นั้นจะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต กับร้านค้าที่ติดตั้งเครื่อง "อีดีซี" หรือ "พีโอเอส"  
 
โดยเครื่องดังกล่าวจะสามารถแยกรายจ่ายราคาสินค้า และ แวต ให้กับกรมสรรพากรได้ในทันที และกรมสรรพากรจะสามารถติดตามได้ว่าจะต้องคืน แวตให้เป็นจำนวนเงินเท่าใด ซึ่งจะคืนภาษีผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ที่ประชาชนผูกไว้เฉพาะหมายเลขประจำตัวประชาชน เท่านั้น ส่วนที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะ "ไม่ได้รับสิทธิคืนแวต" 
 
"ในเบื้องต้นจะคืน 5% และส่วนที่เหลืออีก 2% เป็นรายได้รัฐสำหรับการซื้อสินค้านั้น จะสามารถซื้อสินค้าได้ทุกชนิด ยกเว้นสินค้าอบายมุข เหล้า บุหรี่ ซึ่งจะแตกต่างจากมาตรการช้อปช่วยชาติปลายปี 2562 ที่จะซื้อสินค้าได้เพียง 3 ชนิดเท่านั้น คือ ยางรถยนต์ หนังสือ และสินค้าโอทอป"

 



และยืนยันว่า มาตรการนี้ไม่ใช่มาตรการหาเสียง ทั้งหมดอยู่ในแผนยุทธศาสตร์อีเพย์เมนต์พื่อให้เป็นของขวัญช่วงเทศกาลตรุษจีนสำหรับประชาชนทั่วไป แต่คนที่จะได้สิทธิการคืนภาษีนั้นจะต้องใช้จ่ายผ่าน "บัตรเดบิต" เท่านั้น สำหรับเงินที่จะจ่ายคืนจะได้รับหลังจากสิ้นเดือน ก.พ. 2562 เป็นเวลา 15 วันไม่เกินนี้ แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใด
 
สำหรับวัตถุประสงค์ในการดำเนินการนั้น เพื่อต้องการให้เกิดการใช้อีเพย์เมนท์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง และกระตุ้นให้ร้านค้ามีการติดตั้งเครื่องอีดีซี เพื่อเข้าระบบฐานภาษี เป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว 

และในอนาคตอันใกล้ ทางกระทรวงฯ ยังเตรียมหารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อขอลดค่าธรรมเนียมการทำบัตรเดบิต รวมถึงเปิดให้ประชาชนที่ถือบัตรเอทีเอ็มเปลี่ยนเป็นบัตรเดบิตได้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือประชาชน จะเป็นการมอบประโยชน์ให้แก่สถาบันการเงินอีกทางหนึ่งด้วย

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย