รัฐฯ ให้ของขวัญเท่าเทียมเบี้ยคนชรา 1,000 บาท/เดือน หนุนต่อค่ารถไปโรงพยาบาล

รัฐฯ ให้ของขวัญเท่าเทียมเบี้ยคนชรา 1,000 บาท/เดือน หนุนต่อค่ารถไปโรงพยาบาล

Publish 2018-11-19 10:50:00


 

  ถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญมอบให้ประชาชนปี 2562 ที่จะถึงนี้กับอีกหนึ่งมาตรการช่วยเหลือคนชราฐานะยากจนกับการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเพื่อช่วยในเรื่องค่าครองชีพรายวัน และส่วนต่างในการดำรงชีวิตด้านอื่นให้มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลมีการออกเงินช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างมาแล้ว และการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่ผู้ที่ถือบัตรคนจนเป็นต้น โดยมาตรการเพิ่มเบี้ยคนชราเพื่อเป็นค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ทั้งยังมีแนวคิดทำประกันสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุเพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกขั้นในสังคมผู้สูงอายุ

 

 



   ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 61 ด้าน น.ส.นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ทาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง พิจารณาแล้ว ซึ่งจะมีรูปแบบการช่วยเหลือประกอบด้วย มาตรการ การเพิ่มค่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีประมาณ 3.5 ล้านคน ให้ได้รับเพิ่มเท่ากันทั้งหมดคนละ 1,000 บาทต่อเดือน จากปัจจุบันที่มีการจ่ายแบบขั้นบันไดอายุ 60-69 ปี รับเงินเดือนละ 600 บาท อายุ 70-79 ปี รับ 700 บาท อายุ 80-89 ปี รับ 800 บาทและอายุ 90 ปีขึ้นไปรับ 1,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

 

 

  นอกจากนี้ยังเล็งออกมาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งมีค่าเช่าที่เพียงพอ ซึ่งรัฐจะมีการพิจารณาในกรอบเบื้องต้นประมาณ 400 บาท/เดือน รวมถึงค่ารถเดินทางไปโรงพยาบาลของผู้ป่วยชราอีกประมาณ 500 - 1,000 บาท/หัว/เดือน โดยจะมีการโยกวงเงินในบัตรสวัสดิการที่เป็นค่ารถไฟ หรือรถโดยสาร บขส.ซึ่งปกติผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยไม่ได้ใช้ให้มาใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางเพื่อรักษาพยาบาลได้


 



     ขณะเดียวกันยังมีการเสนอมาตรการจัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากพบว่ามีผู้สูงอายุและผู้ป่วยไม่น้อยที่ขาดคนดูแล จึงจะมีการเสนอมาตรการโดยมีการฝึกอาชีพให้ผู้ที่เข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะสอง หรือบัตรคนจนเฟสสอง ให้มีทักษะเข้าไปดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ถือบัตรสวัสดิการในแต่ละพื้นที่ได้ด้วย โดยภาครัฐจะมีการจ่ายค่าจ้างดูแลให้ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 308-330 บาทต่อวันตามค่าแรงแต่ละพื้นที่จังหวัด

 

 

 โดยทั้งหมดที่เสนอมานี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ รมว.คลัง ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าจะมีการอนุมัติใช้จริงอย่างเป็นทางการเมื่อใด เพราะการนำงบประมาณมาใช้ต้องอยู่ในความเหมาะสมและรอบคอบที่สุดเพื่อให้งบนั้นเกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งคาดว่ามาตรการทั้งหมดนี้จะได้ข้อสรุปในไม่ช้าและ จะเสนอ ครม. อย่างเป็นทางการได้ภายในสิ้นปีและอาจเริ่มใช้มาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นก่อนในต้นปี 2562 นอกจากนี้ยังมีการเล็งเสนอมาตรการลูกหลานกตัญญู เพื่อส่งเสริมให้บุตรหลานกลับไปเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ชรา ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐอีกขั้นหนึ่งถือเป็นแผนในภายภาคหน้าปี 2562 ที่มีแนวโน้มทำต่อไป มาตรการทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ได้ยิ้มออกและหากไม่มีอะไรคาดเคลื่อนเราอาจจะได้เห็นสวัสดิการของผู้สูงอายุที่ดีขึ้นกว่าเดิมในปี 2562

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย