ประกาศใช้ ม.44 ยกเว้นภาษีเงินได้บางกรณี แก่ บริษัทต่างชาติ หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

ประกาศใช้ ม.44 ยกเว้นภาษีเงินได้บางกรณี แก่ บริษัทต่างชาติ หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

Publish 2018-11-17 15:27:34


จากกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2561  โดยที่พันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทยและพันธบัตรของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นเครื่องมือสําคัญในการดํารงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงินและเสถียรภาพ ของระบบสถาบันการเงิน
 
ประกอบกับที่ผ่านมา นโยบายของรัฐบาลมุ่งหมายให้มีการพัฒนาตลาดพันธบัตร ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและ ประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับการระดมทุนและการลงทุนของภาครัฐ และภาคเอกชนอันจะมีผลให้การกู้ยืมเงินผ่านตลาดตราสารหนี้ของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนที่เหมาะสม พื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ภาครัฐจึงได้มีการกําหนดมาตรการ ทางภาษีต่อนิติบุคคลต่างประเทศที่มีการลงทุนในตลาดพันธบัตรของประเทศไทยเพื่อดูแลให้ปริมาณ เงินทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในระดับที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวควรนํามาใช้บังคับแก่พันธบัตรของรัฐบาลให้เป็นอย่างเดียวกัน เพื่อมิให้ เกิดความสับสนแก่นักลงทุน อันจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล

ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาหลักการและนโยบายที่มุ่งหมายให้พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีสถานะและได้รับการปฏิบัติ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาล สมควรยกเว้นภาษีเงินได้พึงประเมินสําหรับดอกเบี้ยพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และดอกเบี้ยพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคาร แห่งประเทศไทยเพื่อประโยชน์ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินอันจะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 



โดยอาศัยตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแหงชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการ ในประเทศไทย สําหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นดอกเบี้ยพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยและดอกเบี้ย พันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

ข้อ 2 เพื่อประโยชน์ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นดอกเบี้ยพันธบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทยและดอกเบี้ยพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553 จนถึงวันที่คําสั่งฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ 3 ให้คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับ พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496

ข้อ 4 ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ 5 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากข้อมูลปี 2561 เผยว่า  ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 กลุ่มประเภทธุรกิจที่รัฐบาลเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนคือ

1. ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 9 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 118 ล้านบาท ได้แก่ บริการตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนยางซิลิโคนสำหรับอุตสาหกรรม บริการให้คำปรึกษาและแนะนำ บริการรับจ้างผลิตปะเก็นและชิ้นส่วนป้องกันความร้อนสำหรับยานยนต์ บริการให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและแบบพกพา บริการให้เช่าที่ดิน บริการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานและพื้นที่อาคารจอดรถ บริการทางบัญชี บริการให้กู้ยืมเงิน โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น เยอรมนี และสิงคโปร์
                
 2. ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 26 ล้านบาท ได้แก่ บริการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับงานโครงข่ายโทรคมนาคม บริการให้ใช้ช่วงสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ บริการติดตั้ง ซ่อมแซม บำรุงรักษา และฝึกอบรมการใช้งานเครื่องจักรและแม่พิมพ์ที่ใช้ฉีดเคลือบพลาสติกบนแผงวงจรกึ่งตัวนำ บริการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และลิกเทนสไตน์
                 
3. ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาครัฐ จำนวน 1 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 9 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับห่อซองบุหรี่ โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
                 
4. ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง จำนวน 5 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 81 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกแม่พิมพ์ สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่เป็นส่วนประกอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การค้าปลีกเครื่องมือและอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติสำหรับตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยและการทำงานของเครื่องจักรอุตสาหกรรม การค้าปลีกเครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วนในการผลิตและแปรรูปยาง พอลิเมอร์ อีลาสโตเมอร์ พลาสติกและยางรถยนต์ การค้าปลีกอะไหล่เครื่องจักรที่ใช้ผลิตถุงกระสอบ เครื่องจักรที่ใช้สำหรับรีไซเคิลพลาสติก และเครื่องจักรผลิตแผ่นพลาสติก การค้าส่งเครื่องถ่ายเอกสารแบบอเนกประสงค์ เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด เครื่องสแกนและอ่านบาร์โค้ด โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศมาเลเซีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี

ต้องติดตามกันต่อไปว่าหากทางรัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้บางกรณีแก่กลุ่ม บริษัทต่างชาติที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทยจากข้อมูลเบื้องต้น จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย