ไม่มีอาการทรุด? "เวรเปล" ผู้ขนย้าย "สาวถูกสาดน้ำกรด" ลั่น! ผู้ป่วยยังปกติ มีตนคอยประคองข้างๆ (คลิป)

Publish 2018-11-13 03:04:08



จากเหตุการณ์ ที่น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเชื่อว่าถูกนายคำตัน สามีเอาน้ำกรดสาดที่ใบหน้าเพราะความหึงหวง แล้วได้หลบหนีไป นส.ช่อลัดดา ต้องกัดฟันทนพิษบาดแผลประคองตัวเองให้น้องเต ลูกสาว วัยเพียง 12 ปี พามา ร.พ.บางมด แต่แท็กซี่เห็นว่าอาการหนักจึงปรารถนาดีนำส่ง ร.พ.พระราม 2 ที่ใกล้ที่สุดแต่กลับถูก ร.พ.พระราม 2 ปฏิเสธการรักษา โดยผลักไสผู้ป่วยให้ขึ้นแท็กซี่ไปรักษาตัวที่ ร.พ.อื่นทั้งๆที่ผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ในอาการที่ปลอดภัย พ้นขีดอันตราย และผลสุดท้ายคือ น.ส.ช่อลัดดาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในระหว่างทาง



โดยเมื่อวานที่ผ่านมา (12/11/2561) ที่ รพ.พระราม 2 พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผอ.รพ.พระราม 2 พร้อมด้วย นพ.พีระ คณานุวัฒน์ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล รพ.พระราม 2 จัดแถลงข่าวข้อเท็จจริงกรณีไม่รับตัวเหยื่อสาวถูกสาดน้ำกรดเข้ารักษานำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตที่กำลังเป็นกระแสดังในโลกโซเชียลขณะนี้ โดย พญ.วัลลภา แถลงว่า จากเหตุการณ์ รพ.พระราม 2 รับคนไข้หญิงไทย อายุ 38 ปี ซึ่งเข้ามาในโรงพยาบาล ในลักษณะเดินกึ่งวิ่งมาจากด้านล่างของโรงพยาบาล บริเวณทางลาดขึ้นไปที่ห้องฉุกเฉินบริเวณชั้น 2 เวลาตีห้าเศษเกือบหกโมงเช้าของวันที่ 9 พ.ย.2561

"แต่เนื่องจากคนไข้ไม่เคยมาที่โรงพยาบาลพระราม 2 จึงวิ่งผ่านห้องฉุกเฉินด้านหน้าไปบริเวณ OPD และลงไปที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จนพบพนักงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบาลซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน จึงสอบถามคนไข้และพาคนไข้เดินขึ้นมาที่ห้องฉุกเฉิน บริเวณประตูด้านหลังซึ่งอยู่หน้าลิฟท์"

พญ.วัลลภา กล่าวด้วยว่า ขณะที่คนไข้เข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ได้ร้องบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินว่าช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อน พยาบาลห้องฉุกเฉินจึงได้รีบเข้าปฐมพยาบาลคนไข้พร้อมสอบถามอาการ ทราบว่าคนไข้ถูกสามีสาดน้ำร้อนเข้าหน้าในขณะนอน พยาบาลจึงได้ทำการปฐมพยาบาลพร้อมวัดสัญญาณชีพ ผลความดันปกติ ชีพจรปกติ การหายใจปกติ ออกซิเจนในเลือดปกติ 

จากนั้นได้โทรรายงานแพทย์ที่ปรึกษาทางศัลยกรรม นพ.พีระ คณานุวัฒน์ พร้อมแจ้งอาการและสัญญาณชีพให้ทราบ นพ.พีระ จึงสั่งการให้ทำแผลคนไข้และรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพื่อให้ยาระงับปวดและสังเกตอาการ แต่คนไข้ได้แจ้งปฏิเสธการรักษา เป็นผู้ป่วยในพร้อมทั้งบอกความต้องการที่จะไปรักษาตามสิทธิประกันสังคมของตนซึ่งอยู่ที่ รพ.บางมด และประสงค์ขแเดินทางไปเอง

"ทาง รพ.พระราม 2 ได้โทรแจ้งที่ รพ.บางมด แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ตรวจการณ์ของ รพ.บางมด ได้ในขณะนั้น จึงขอสายคุยกับพยาบาลห้องฉุกเฉิน และแจ้งว่าจะมีคนไข้ดังกล่าวไปที่โรงพยาบาล จากนั้น รพ.พระราม 2 ได้นำส่งคนไข้ขึ้นรถแท็กซี่ไป รพ.บางมด ตามความประสงค์ประมาณหกนาฬิกา รพ.พระราม 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และขอยืนยันว่า ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานโรงพยาบาลในการดูแลคนไข้และขอแสดงความเสียใจในการสูญเสียครั้งนี้ด้วย" พญ.วัลลภา กล่าว

ด้าน นพ.พีระ คณานุวัฒน์ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุมีแพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน แต่แพทย์เวรอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งทางพยาบาลได้ดูในห้องแพทย์พบมีการปิดไฟ แต่ประตูห้องน้ำปิดไว้จึงไม่อยากรบกวน ประกอบกับพยาบาลเวชปฏิบัตินั้นได้มีการประเมินอาการ พบว่ามีเพียงแผลแดง และไหม้เรียกได้ว่าเป็นแผลไหม้ปฐมภูมิ และโทรรายงานตนแล้ว และตนก็ได้มีการประสานให้รับคนไข้ไว้ แต่คนไข้ปฏิเสธในการรักษา ซึ่งทางเรามีหลักฐานยืนยันว่ามีการช่วยรักษาคนไข้อย่างเต็มที่แล้ว ทั้งมีการลงเวชทะเบียนซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เป็นผู้ลงรายละเอียดเนื่องจากคนไข้และลูกสาวอยู่ในอาการบาดเจ็บ มีกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่ามีแพทย์เวรอยู่ในห้องฉุกเฉินจริงๆ ส่วนเงิน 40 บาทที่มีข่าวว่าทาง รพ.ยัดเงินให้เด็กนั้น จริงแล้วเป็นความมีน้ำใจของบุรุษพยาบาลเนื่องจากขณะที่จะส่งผู้ป่วยขึ้นรถแท็กซี่ นั้นบุรุษพยาบาลได้ถามว่ามีเงินพอไหม ซึ่งเด็กมีเงินอยู่ 50 บาท ทางบุรุษพยาบาลจึงให้เงินไปอีก 40 บาท น่าจะพอค่าโดยสารไปที่ รพ.บางมด ไม่ใช่เป็นการยัดเงินให้ไปรักษาที่ รพ.อื่น ส่วนเรื่องที่จะฟ้องกลับทนายคนดังหรือไม่ ตนขอไม่ฟ้องกลับ เนื่องจากเมื่อวานที่ได้มีคลิปการพูดคุยเจรจาออกไป ภรรยาของตนก็ได้มาให้ข้อคิดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวก็เหมือนเป็นพายุและฝนที่ผ่านมาและผ่านไป.

 



สืบเนื่องจากแถลงที่เกิดขึ้นของทางโรงพยาบาลนั้น ในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ยังได้ไปสัมภาษณ์เปิดใจพนักงานเวรเปลผู้ขนย้ายตัวนางช่อลัดดา โดยเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินประสานมาที่แผนกเวรเปล ให้ขึ้นมารับผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉิน เพราะว่าคนไข้ต้องการจะไปรักษาตัวต่อที่ รพ.บางมด ตนจึงขึ้นไปกับเพื่อนอีกคน จากนั้นตนจึงเข็นนางช่อลัดดา ลงลิฟต์ มา เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดินก็ได้เปลี่ยน จากรถนอนมาเป็นรถเข็น เพื่อสะดวกต่อการขึ้นรถแท็กซี่ ขณะนั้นตนถามนางช่อลัดดา ว่า “ไหวไหม” นางช่อลัดดาตอบกลับมาว่า “ไหว” และตนยืนยันว่า ขณะนั้นคนไข้ยังมีสติอยู่ เพราะหากไม่มีสติ จะตอบคำถามที่ตนถามได้อย่างไร หลังจากนั้นนางช่อลัดดา จึงลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง โดนมีตนประคองอยู่ข้าง ๆ

 

ขณะนั้นคนไข้สามารถเดินได้ ตนแค่ประคองเฉย ๆ และไม่มีอาการทรุดไปนั่งกับพื้นตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน ซึ่งลูกก็ยืนอีกฝั่งข้างแท็กซี่ จากนั้นตนพยุงนางช่อลัดดาไปนั่งที่เบาะหลัง พบว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวตามปกติ รวมถึงมีสติร้องเจ็บแผลและบอกว่าอยากไปที่ รพ.บางมด จะไปรักษาที่นั้น

 

 

 

ขอบคุณคลิปจากรายการ ทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ 



เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี


Suggess News