ผู้สูงวัยยิ้มรอได้เลย สมคิด เล็งแจกเงินคนชราเพิ่ม กันงบพิเศษ 1 แสนล้านบาท

ผู้สูงวัยยิ้มรอได้เลย "สมคิด" เล็งแจกเงินคนชราเพิ่ม กันงบพิเศษ 1 แสนล้านบาท

Publish 2018-10-28 14:12:37


 

 

 

     ผู้สูงอายุเตรียมเฮดังๆ อีกครั้ง หลังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าประชุมพร้อมมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูง กระทรวงการคลังรับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐเพิ่มเติม พร้อมขอให้ติดตามงานและเร่งรัดกับภารกิจที่กระทรวงการคลังได้รับมอบก่อนหน้านี้อย่างเร่งด่วน ก่อนถึงไตรมาสสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยในส่วนของเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่าจากรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจยังถือว่าดำเนินการไปได้ด้วยดี จัดเก็บรายได้ปี 2562 น่าจะไม่เป็นปัญหา จากการจัดเก็บรายได้ปี 2561 ที่เกินเป้ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ในตอนนี้นายสมคิดได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งรัดกฎหมายที่ค้างอยู่ให้ทันรัฐบาลชุดนี้ก่อนเลือกตั้ง 62 จะมาถึงประกอบด้วย

 

1. ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ล่าช้า


2. ร่าง พ.ร.บ.อี-บิซสิเนส ในการดึงธุรกิจออนไลน์เข้าระบบภาษี อย่างเต็มรูปแบบ

 

     นอกจากนั้นนายสมคิด ยังสั่งการให้กระทรวงการคลังร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบดำเนินงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในแหล่งท่องเที่ยวช่วงปลายปี 61 ให้ครึกครื้นมากยิ่งขึ้น โดยตอนนี้มีแนวคิดร่วมกับภาคเอกชนช่วยกันออกแพ็กเกจเสนอแนะให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวสัมผัสฤดูหนาวในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. 61 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยที่สามารถโกยรายได้เป็นกอบ เป็นกำ อีกช่วงหนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังให้เร่งช่วยกันสรุปแผนแม่บทในการชักจูงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมากขึ้น

 



     โดยเนื้อหาของการประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับการพิจารณาช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการรัฐเพิ่มเติม นายสมคิด ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กับ กรมบัญชีกลาง เร่งรัดออกมาตรการใหม่เพื่อเอื้อให้ผู้สูงอายุ 60 ปี มากขึ้น ผ่านในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่ประชาชนรู้จักดี ทั้งนี้เงินที่จะนำมาช่วยเหลือเป็นเงินจากงบประมาณกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเดิมรัฐจะมีการจัดสรรงบให้อยู่ประมาณ 4 - 5 หมื่นล้านบาท ไว้ช่วยเหลือดูแลคนชรา โดยนายสมคิดจะให้กันงบประมาณเพิ่มเป็นพิเศษในปี 2562 ที่ 1 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนนี้จะไม่กระทบกับฐานะทางการคลัง อย่างแน่นอน โดยจะนำงบส่วนนี้ไปช่วยเหลือโครงการต่างๆ เกี่ยวกับคนชรา นอกจากนี้ นายสมคิดกล่าวย้ำว่าการช่วยเหลือจะต้องอยู่ในขอบเขตเท่าที่ช่วยได้ ส่วนจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มหรือจะเป็นสิทธิด้านอื่นยังไม่สามารถได้ข้อสรุปในตอนนี้  

 

 

      ก่อนหน้าที่ผ่านมาเมื่อ 30 มิถุนายน 2561 ได้นำเงินจากกองทุนผู้สูงอายุไปเพิ่มเป็นเงินสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รัฐบาลเติมเงินให้เดือนละ 100 บาท ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เติมให้เดือนละ 50 บาททุกเดือน การช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มนี้ต้องการให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองได้ เพราะต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ขาดความสนใจดูแลพ่อ แม่ ผู้สูงอายุ มากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งค่าครองชีพในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกหลานอาจดูแลผู้สูงอายุไม่ดีเท่าที่ควร

 

 



 

 

    นอกจากนั้นนายสมคิดยัง กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในตอนนี้ว่ากำลังไปได้สวย แม้ในตอนนี้รัฐบาลกำลังจะปิดเทอมเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่ปี 62 นี้ แต่ภาพลักษณ์และบทบาทของไทยในสายตาต่างชาติต่อเวทีโลก นั้นดีเยี่ยม เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ด้านตลาดหุ้นไทยก็ถือว่า เป็น Safe Heaven อยู่ในระดับที่ดี ขณะที่รายงานธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า เม็ดเงินลงทุนทั้งเงินทุนไหลเวียนเข้าและลงทุนตรงเพิ่มขึ้นกว่า 40% แต่ก็ขอให้ผู้ประกอบการหลายท่านอย่าประมาท เนื่องจากยังมีแนวโน้มสงครามการค้า จึงขอให้คลังคิดล่วงหน้าให้ดี หากต้องการวางแผนระยะยาว 

 

    ในตอนนี้ยังคงต้องรอดูว่าภาครัฐ จะคลอดการช่วยเหลือเป็นเงินหรือ สิ่งของ สิทธิพิเศษ ด้านใดให้กับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก หลังจากเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ได้จัดการโอนเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเงิน 50 - 100 / คน โดยมาตรการนี้คงต้องดูต่อไปยาวๆ ว่าอาจมีการเพิ่มเงินให้ผู้สูงอายุหรือไม่และเงื่อนไขจะมีอะไรบ้าง นี่คือเรื่องที่ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย