ค้นมาให้อ่าน ! ชนักอะไรเคยติดหลัง “วิน อุดมรัชตวนิชย์” รู้ไว้ลดเสี่ยงภัย ตลาดทุนไทยหมดยุคแล้ว”วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง”??

Publish 2018-10-20 01:28:41



แค่ปฐมฤกษ์เบิกโรงไปไม่กี่วัน ทำท่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ต้องตามติดอีกแล้ว  สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ภายใต้บังเหียนของผู้บริหารหนุ่มชื่อ  “วิน อุดมรัชตวนิชย์” สืบเนื่องจากเป้าหมายของการเตรียมตัวจะยื่น filing กับ ก.ล.ต. เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และระดมทุนกับประชาชนทั่วไป ขณะที่การค้นข้อมูลย้อนเก่าชื่อของ “วิน อุดมรัชตวนิชย์”  ปรากฎว่ามีหลายมิติให้พูดขาน  วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมา  เพื่อความกระจ่างชัดในแต่ละประเด็น 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  จบดราม่าเสียงระฆัง ตอนนี้ร้อนฉ่าเลย เขาเป็นใครดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์”KTBS ที่มาฉายา"วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง”?)

 

 

 

 





ล่าสุดคอลัมน์   “มารยาตลาดหุ้น”  นสพ.ฐานเศรษฐกิจ  ขยายความเพิ่มเติมสาระในประเด็นดังกล่าว เพื่อผู้สนใจได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า  “ชี้แจงเป็น “ทองไม่รู้ร้อน” หลังตกเป็นประเด็นร้อนฉ่า ในข้อครหาที่มีการตั้งคำถามดังๆว่า ด้วยเรื่องการเรียก “เงินทอน” ในรูปดอกเบี้ย “นอกระบบ” และ “เงินปากถุง” ของ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” CEO หนุ่มแห่งค่าย บล. “KTBST”...

 

แหมมม... ขนาดแค่ปัจจุบันบริษัทที่ตนบริหารอยู่ และผู้ถือหุ้นไม่กี่คนยังสร้างเรื่องฉาวที่ยังเคลียร์ไม่จบ และไม่รู้หุ้นส่วนเกาหลีที่ถือหุ้น 70% จะว่าไง หากปล่อยเข้าตลาดหุ้นไปบริหารเงินมหาชนนับพันนับหมื่นล้านบาทไม่รู้จะเกิดภัยกับนักลงทุนในวงกว้างหรือไม่?!?

 

เตือนความจำท่านผู้อ่านกันลืมนะเจ้าคะ ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน ก.ล.ต.ได้สั่งพักการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ “KTBST” ที่ "ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์" บริหารอยู่

 

วิน อุดมรัชตวนิชย์

 

เนื่องจากมีผู้ตรวจสอบพบความบกพร่องในการปฏิบัติงานที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ให้บริษัทหนึ่ง ในการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) รวมถึงบกพร่องในการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ของบริษัทจดทะเบียนอีกแห่งหนึ่งด้วย

 

กรณีดังกล่าวเนื่องจาก ก.ล.ต.ตรวจสอบพบว่า “KTBST” และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้น IP0 ของบริษัทแห่งหนึ่งบกพร่องใน 3 เรื่อง ดังนี้ 1. บกพร่องในการตรวจสอบข้อมูล 2. ไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน 3. ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อประชาชน

 

แปลง่ายๆคือ หากปล่อยไป นักลงทุนประชาชนทั่วไปอาจเสียหาย เพราะความประมาทเลินเล่อ ความบกพร่อง จากการปกปิดข้อมูลของฝ่ายที่ปรึกษาการเงินของ “KTBST” ก็เป็นได้

 

ส่วนท่านประธานบริษัท “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” ก็ควรดูแลใกล้ชิดหน่อยนะเจ้าคะ อย่าให้เสียหายเหมือนกรณี “จำนำข้าว” สมัยที่ท่านเป็น “รองนายกฯ” อยู่   ส่วนหากจะชี้แจง ก็ขอให้เป็นข้อเท็จจริง “โกหกสีขาว” แบบเดิมไม่เอานะเจ้าคะ คนเขาขยาด...!!

 

 

สงบเรื่องฉาวโฉ่ของผู้บริหารหนุ่มไฟแรง “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” และ บมจ.หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST และความไม่เหมาะสมในการยื่นขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไว้ก่อน... แล้วกลับสู่หลักการของสื่อสารมวลชนและหลักการข้อบทความนี้ !

 

จริงๆ ดิฉันจะทำเป็น “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” ก็ได้นะเจ้าคะ แต่หน้าที่ของสื่อคือนำเสนอความจริงสู่สังคม ยิ่งเห็นผู้บริหารที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่โปร่งใสแล้ว ดิฉันก็ต้องตั้งข้อสังเกตให้ปรับปรุงแก้ไข

 

พวกสร้างภาพลักษณ์... พวกหน้าเนื้อใจเสือ... ไม่ควรมีพื้นที่ยืนในสังคมหากยังไม่ปรับปรุงตัว!เป็นการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและลูกค้า การเบียดเบียนหุ้นส่วนทั้งไทยและต่างชาติใช่หรือไม่? เพราะถือเป็นบาปขั้นพื้นฐานของศีลข้อ 2 ว่าด้วย “การลักทรัพย์”

 

น่าเห็นใจลูกค้าเงินกู้ที่ต้อง “ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว” ถูกโก่งราคาและถูกบังคับให้จ่ายเงินทอนให้ผู้บริหารเลือดเย็นอีก!  ระบบ “เงินทอน” ระบบ “การจ่ายใต้โต๊ะ” ระบบ “วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง” ควรต้องยุติและหายไปจากสังคมไทย และควรเริ่มต้นที่ตลาดทุนมิใช่หรือ!!!  แต่เรื่องลับๆ ของ “ดร.วิน” กับหุ้นที่ชื่อ “FPI” ยังมีให้ติดตามอีกเรื่อยๆ เฝ้าคอยดูแล้วกันจะมีทีเด็ดอะไร  อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้นะตัวเอง!

 

 

ที่มาคอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม