หยุดดราม่าแป๊ป! นายกฯประยุทธ์บอกชัดกม.สุนัขแมวห้ามสร้างภาระ ถ้ามีปัญหายังไม่ใช้

หยุดดราม่าแป๊ป! "นายกฯประยุทธ์"บอกชัดกม.สุนัขแมวห้ามสร้างภาระ ถ้ามีปัญหายังไม่ใช้

Publish 2018-10-11 16:01:57



จากกรณีที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เสนอให้ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์จากปัญหาสัตว์จรจัด กำลังส่งผลกระทบกับสังคม
 



โดยหลังจากนี้ให้นำสัตว์เลี้ยงในครอบครองของตนเองไปขึ้นทะเบียน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องควบคุมจำนวน และปัญหาการปล่อยปละละเลย ทิ้งสัตว์เลี้ยงให้อดอาหารจำนวนมาก ซึ่งจะมีค่าขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงตัวละ 450 บาท หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

 


ต่อมากระแสในโลกโซเชียลต่างมีความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

 

1.คนที่ยินดีจ่ายเงินค่าขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง เพราะมองว่าเป็นการแก้ปัญหา สุนัขจรจัด แมวเร่ร่อน กำจัดปริมาณให้ลดลง ไม่เกิดปัญหาตามมา เมื่อสัตว์เลี้ยงไปกัดคนอื่น แล้วไร้คนรับผิดชอบ 

 

2.คนที่มีรายได้น้อย แต่มีสัตว์เลี้ยงเยอะ กลัวจะแบกรับรายจ่ายค่าขึ้นทะเบียนไม่ไหว และสัตว์เลี้ยงต่างๆ บางทีเก็บมาเลี้ยงด้วยความสงสาร

 

3.คนที่เห็นใจคนยากจน ที่อยากเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน ทั้งคนเฒ่าคนแก่ตามต่างจังหวัด อาจจะมีกำลังทรัพย์ไม่พอ ไม่สะดวกในการเดินทางพาไปขึ้นทะเบียน

 

 

 

4.คนที่สงสัยและข้องใจในการเก็บเงินจำนวน 450 บาท ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเกิดประโยชน์อะไรกับสัตว์เลี้ยงของตนเองบ้าง หากนำไปขึ้นทะเบียน ทำให้มีความคิดเห็นมากมาย ในโลกออนไลน์ตอนนี้ ถือเป็นประเด็นมาแรงที่กำลังถกเถียงกันอย่างมาก 

 

 

 

 



ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้รับทราบหลักการร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.... ว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความกังวลและได้ให้ข้อสังเกตในที่ประชุมเมื่อวาน (10 ต.ค.) ว่า เป็นเรื่องการจัดระเบียบ รวมถึงการทารุณสัตว์ที่มีมาในอดีต อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.)ที่เสนอกฎหมายดังกล่าวมีความตั้งใจแก้ปัญหาด้วยการขึ้นทะเบียนไม่ให้ทอดทิ้งสัตว์ โดยไม่มีความรับผิดชอบ 
 

 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

 

 

นอกจากนี้นายกฯยังให้ข้อสังเกตอีกว่า ขอให้กลับไปมาเรื่องอัตราค่าปรับ การขึ้นทะเบียน และรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีผลกระทบกับประชาชนในการดำเนินการ จึงมอบหมายให้ กษ.และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวก่อนจะเสนอเข้าครม.พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้นายกฯบอกว่า ท่านก็มีสุนัข และรักสุนัขเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเห็นด้วยว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นดี แต่ไม่อยากสร้างภาระให้กับประชาชน เนื่องจากมีการแปรเจตนารมมณ์ไม่ตรงกับที่นายกฯตั้งไว้

 


เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากกรณีที่นายกฯเคยแสดงความเป็นห่วงสุนัขจรจัดที่จังหวัดระยองหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ มาร่วมกันออกกฎหมายนี้ ส่วนสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นที่กฎหมายอนุญาตให้เลี้ยงได้นั้นกฎหมายดังกล่าวก็ครอบคลุมแต่ในระยะเริ่มต้นก็คงเริ่มที่สุนัขและแมวก่อนเนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนไทยนิยมเลี้ยง

 

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

 


เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหามาก อาจจะถอนกฎหมายไปเลยหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ถึงกับถอนร่างกฎหมาย แต่เป็นการทบทวน ซึ่งข้อดีของร่างพ.ร.บ.นี้มีจำนวนมาก แต่การดำเนินการต้องออกให้รอบคอบไม่กระทบกับประชาชน เพราะทุกคนมีสัตว์เลี้ยง ถ้าทุกคนขึ้นทะเบียนก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง

 

 

 

นอกจากนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีนี้ว่า เรื่องดังกล่าวทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอให้ครม.พิจารณา ดังนั้นเมื่อเป็นเจ้าของร่าง จึงควรชี้แจงรายละเอียดให้กับสังคมได้รับทราบ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกายังต้องพิจารณาปรับแก้อีกมากและต้องใช้เวลานาน ยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที  

 

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

 


ทั้งนี้ในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้แสดงความเป็นห่วงและกำชับด้วยว่า การจัดระเบียบคนที่ชอบเอาหมา และแมวมาเลี้ยงด้วยความเมตตา 20-30 ตัว จนทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนรำคาญและมีปัญหา จะต้องไปควบคุมว่าต้องเลี้ยงไว้กี่ตัว เลี้ยงไม่เกินกี่ตัวถึงจะต้องเสียภาษี

 

 

 


เมื่อถามว่าในที่ประชุมครม.ได้มีรัฐมนตรีคนใดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่มี เพราะไม่มีใครเดือดร้อน เนื่องจากเห็นว่าเรื่องยังต้องถูกส่งไปให้กฤษฎีกาพิจารณา และยังต้องมีการรับฟังความคิดเห็นก่อนด้วย แล้วจึงส่งกลับเข้ามาให้ครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน และคาดว่าไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ แต่มีเพียงรมว.เกษตรฯชี้แจงให้ครม.เข้าใจ ซึ่งนายกฯก็บอกว่า อาจจะมีปัญหา ขอให้ไปดูที่กฤษฎีกาให้ดีว่าโทษเป็นอย่างไร 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล