ชาวเน็ตเจอการบ้านเด็กป.1 โจ้จอยเก็บมะม่วงยังยอมเเพ้

Publish 2018-09-23 08:39:57



เฟซบุ๊ก Education Facet ได้เผยเพร่การบ้านของเด็ก ป.1 ระบุดังนี้ " มีคุณแม่สอบถามมาครับโจทย์ข้อนี้ ควรจะสอนลูกอย่างไรดี โจทย์มีอยู่ว่า แก้วตาขายข้าวสาร 2 วัน วันจันทร์ และวันอังคาร รวมกันได้ 10 กิโลกรัม วันจันทร์ขายข้าวสารได้มากกว่าวันอังคาร 2 กิโลกรัม วันจันทร์แก้วตาขายข้าวสารได้กี่กิโลกรัม และวันอังคารขายข้าวสารได้กี่กิโลกรัม
 

 

 



โดยโจทย์ข้อนี้เป็นโจทย์สำหรับนักเรียน ป.1 นะครับ ผมต้องย้ำก่อนว่านักเรียน ป.1 การหาคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ประเด็นสำคัญคือ เราจะทำอย่างไร หรืออธิบายอย่างไร ให้เด็กเข้าใจ และสามารถหาคำตอบได้ด้วยตัวของเขาเอง

 

 

เด็กจำนวนไม่น้อย มักจะแบ่งครึ่ง 10 ก่อนครับ โดยจะได้ 5 และ 5 จากนั้นก็จะเอา 2 ไปบวกกับ 5 ได้เท่ากับ 7 เพราะเห็น Keyword ว่า "วันจันทร์ขายข้าวสารได้มากกว่าวันอังคาร 2 กิโลกรัม" จึงตอบว่าวันจันทร์ขายข้าวสารได้ 7 กิโลกรัม

 

 

จากนั้น ก็เอา 10 - 7 = 3 จึงตอบว่าวันอังคารขายข้าวสารได้ 3 กิโลกรัม 

 

 

เด็กที่ตอบแบบนี้ เวลาที่คุณพ่อคุณแม่ถามให้ฉุกคิดว่า แล้วทำไม 7 - 3 จึงได้เท่ากับ 4 ล่ะ ดังนั้น 7 และ 3 จึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องแน่ๆ เด็กจะเริ่มงงครับ ทีนี้ล่ะครับ เด็กก็จะถามต่อว่า "แล้วข้อนี้ต้องทำอย่างไร"

 

 

คุณครู หรือคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน มักจะสอนเด็กว่า วันจันทร์ต้องขายได้เท่ากับ 5 + 1 = 6 กิโลกรัม ส่วนวันอังคารจะขายได้เท่ากับ 5 - 1 = 4 กิโลกรัม ต้องเอาส่วนต่าง 2 กิโลกรัม มาแยกแล้วบวกกับ 5 ก็จะได้คำตอบของวันจันทร์ 1 และเอา 1 อีกตัวมาลบออกจาก 5 เพื่อให้ "ไปกลับมีผลต่างเท่ากับ 2" จะได้คำตอบของวันอังคาร 

 

 

อธิบายอย่างนี้เด็กงงตายเลยครับ เพราะเด็ก ป.1 ไม่มีทางเข้าใจคำว่า "ไปกลับ" หรอกนะครับ

คุณพ่อคุณแม่บางท่าน ที่เก่งคณิตศาสตร์หน่อย ก็จะสอนลูกโดยใช้สมการเลย คือ
กำหนดวันจันทร์ขายข้าวสารได้ x + 2 กิโลกรัม
วันอังคารขายได้ x กิโลกรัม 

 

 

 

 

 

 

ตั้งสมการได้ว่า (x + 2) + x = 10
2x + 2 = 10
2x = 10 - 2
2x = 8
x = 4
วันจันทร์ขายข้าวสารได้ = x + 2 = 4 + 2 = 6 กิโลกรัม
วันอังคารขายข้าวสารได้ = x = 4 กิโลกรัม

คำตอบที่ได้น่ะถูกแน่ครับ แต่คุณพ่อคุณแม่จะสอนลูกที่เพิ่งเรียนชั้น ป.1 แบบนี้จริงๆ หรือครับ

นี่ไงครับที่ผมบอกว่า การหาคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษามันไม่ได้ยากเลยครับ แต่สิ่งที่ยากมากๆ ก็คือ จะต้องใช้วิธีการอธิบาย การยกตัวอย่าง หรือการเปรียบเทียบอย่างไร ให้เด็กเข้าใจ และมั่นใจว่าตัวเองจะทำโจทย์ในลักษณะนี้ได้ด้วยตนเอง

ผมขออนุญาตเฉลย โดยโพสต์เป็นรูปภาพเอาไว้นะครับ โดยแต่ละวิธีที่ผมเฉลย นั้นมีประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1: ผมใช้ Bar Model ของประเทศสิงคโปร์ มาใช้ในการอธิบายครับ ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจ และนึกภาพตามได้ครับ

วิธีที่ 2: เด็ก ป.1 จะมีความเข้าใจเรื่อง Number Bond มาอยู่ก่อนแล้ว ว่า 10 นั้นจะมีจำนวนนับอยู่ 2 จำนวนที่รวมกันได้ 10 อันได้แก่ 9 และ 1, 8 และ 2, 7 และ 3, 6 และ 4, 5 และ 5, 4 และ 6, 3 และ 7, 2 และ 8, 1 และ 9 
 

 

 



เราสามารถให้เด็กไล่ Number Bond ของ 10 ให้ครบก่อนก็ได้ครับ หรือถ้าจะเหนือชั้นกว่า ก็ชี้ให้เด็กไล่แค่ 9 และ 1, 8 และ 2, 7 และ 3, 6 และ 4, 5 และ 5 ก็พอครับ เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไล่ต่อ เพราะโจทย์บอกว่าวันจันทร์ขายได้มากกว่าวันอังคาร

จากนั้นก็ให้พิจารณาว่า Number Bond อันไหน ที่วันจันทร์มากกว่าวันอังคารอยู่ 2

วิธีที่ 3: คล้ายๆ กับ วิธีที่ 2 ครับ แต่คราว ครูอาจจะสอนให้เด็กเขียนเป็นตารางขึ้นมา แล้วค่อยๆ ไล่เรียงจำนวนอย่างเป็นระเบียบ ทั้งวิธีที่ 2 และ 3 ข้อดีของสองวิธีนี้ ก็คือ เด็กจะได้ฝึกไล่เรียงจำนวนอย่างเป็นระเบียบ จากมากมาหาน้อย ไม่ใช่ไล่สุ่มๆ กระจัดกระจาย หากเด็กถูกฝึกให้ไล่เรียงจำนวนอย่างเป็นระเบียบแล้ว จะเป็นพื้นฐานที่ดีในการจัดระบบความคิดเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งจะทำให้เด็กพัฒนาศักยภาพในการแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนหลายชั้น หรือโจทย์ที่ต้องมีการแบ่งกรณิคิด ได้ดีมาก

วิธีที่ 4: ผมใช้สมการแก้ครับ ซึ่งผมย้ำเอาไว้ว่า ไม่ว่าจะกำหนดให้ วันจันทร์ขายได้ x + 2 วันอังคารขายได้ x หรือจะกำหนดให้วันจันทร์ขายได้ x วันอังคารขายได้ x - 2 อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรใช้วิธีนี้ในการอธิบาย หรือสอนเด็ก ป.1 ครับ

จริงๆ เท่าที่ผมสอบถามจากคุณพ่อคุณแม่บางท่าน ที่ลูกใช้หนังสือเรียนของ สสวท. เล่มนี้ ก็พบว่ามีครูที่เฉลยผิด โดยตอบว่า วันจันทร์ขายได้ 7 กิโลกรัม วันอังคารขายได้ 3 กิโลกรัมอยู่เหมือนกันนะครับ และหลายโรงเรียนแม้ว่าจะเฉลยได้อย่างถูกต้องว่าวันจันทร์ขายได้ 6 กิโลกรัม และวันอังคารขายได้ 4 กิโลกรัม แต่ก็ไม่มีวิธีในการอธิบายให้เด็กเข้าใจครับ หลายโรงเรียนเฉลยเป็นตัวเลขให้กับนักเรียนเฉยๆ

จริงๆ แล้ว อาจจะมีวิธีการอธิบายที่ทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายกว่าที่ผมคิดก็ได้นะครับ หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีแนวคิด หรือแนวในการอธิบายที่เข้าใจได้ง่าย ก็สามารถแบ่งปัน หรือแชร์ไอเดียได้เลยนะครับ

 

 

 

ขอบคุณที่มาเฟซบุ๊ก Education Facet



เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว