สวนเข้าปลายคาง! "วินธัย" สวน"แม่เกด-พยาบาลอาสา 53" ทหารก็สูญเสียแถมคดีคืบน้อย-ปืนโดนพวกชุมนุมปล้นยังได้ไม่ครบ-แต่เราไม่โวยวาย?

Publish 2018-09-21 14:20:19



 

สวนเข้าปลายคาง? " พ.อ.วินธัย สุวารี" โฆษกกองทัพบก สวน "พะเยาว์ อัคฮาด-แม่เกด พยาบาลอาสาแดงชุมนุมปี 53" หลังเจ้าตัวยื่นหนังสือถึง "บิ๊กป้อม" อ้างมีนายทหารยศนายพล สั่งยุติดำเนินคดีกับนายทหารกรณีสลายการชุมนุเสื้อแดงปี 53 โดยวินธัย ระบุชัด คดีนี้กองทัพบกติดตามความความคืบหน้ามาตลอด และทหารเองก็สูญเสียถูกกระทำ แถมคดีมีความคืบหน้าน้อย แต่เพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมือง การให้ข้อมูลจึงต้องระมัดระวัง ขณะที่อาวสุธปืนที่หายจากการชุมนุมในครั้งนั้น ยังได้ไม่ครบ-ทำไมไม่พูด

 

 วันนี้ (21 ก.ย.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก  กล่าวถึง กรณี กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด นายณัฐภัทร อัคฮาด ลูกชาย ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์  เดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือ ถึง "พล.อ.ประวิตร วงสุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ตรวจสอบกระแสข่าวกรณีมีนายทหารยศนายพล ไปบุกถึงสำนักอัยการ เพื่อสั่งให้ยุติการดำเนินคดีกับนายทหาร กรณีสลายการชุมนุมของเสื้อแดงปี 2553 ว่า กรณีคดีความเหตุการณ์ ปี 53  กองทัพบก ติดตามความความคืบหน้าคดีมาตลอด ไม่ได้ชะลอหรือทำให้เกิดความล่าช้า โดยทางคณะทำงานติดตามทางคดีของกองทัพบก ได้มีการติดตามเรื่องคดีต่างๆ อยู่เป็นระยะ  แต่เพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมือง การให้ข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาจึงต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะห่วงความรู้สึกผู้ได้รับผลกระทบ

 



"ปัจจุบันเรื่องคดีนั้น เชื่อว่า หลายคดีที่มีองค์ประกอบพอเพียงที่จะดำเนินการทางคดีได้ และส่วนใหญ่ก็อยู่ในกระบวนการแล้ว  สำหรับคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ถูกกระทำ ก็มีความคืบหน้าน้อย ซึ่งคณะทำงานติดตามทางคดีของกองทัพบกก็ยังติดตามอย่างใกล้ชิด  ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน " พ.อ.วินธัย กล่าวและว่า 

 

โฆษกกองทัพบก  กล่าวว่า ส่วนข้อห่วงใยคือ การติดตามอาวุธปืนราชการที่หาย เมื่อครั้งถูกปล้นและยึดไปเมื่อปี 2553   ปัจจุบันยังคงพยายามเร่งรัดหาคืน   แม้ว่า ในช่วงปลายปี 2557  เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธสงครามบางส่วนได้ พร้อมออกมาตราการให้ใครก็ตามที่ครอบครองอาวุธสงครามนำส่งมอบให้ทางการ. มียอดรวมมากหลายหมื่นกระบอก   แต่ทั้งนี้ในส่วนอาวุธปืนของกองทัพบก ที่ถูกปล้นยึดหายไปคราวนั้น. ก็ยังตามหา กลับมาได้ไม่ครบ   ทางคณะทำงานติดตามทางคดีของกองทัพบก จึงต้องให้ความสำคัญพร้อมเร่งรัดต่อเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้เหตุการณ์เกี่ยวกับการใช้อาวุธสงครามในชุมชนเมือง ไม่เกิดขึ้นมาซ้ำรอยอดีต

 

 



ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นผลมาจาก "นางพะเยาว์" พร้อมด้วย "นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ" เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ถึง พล.อ.ประวิตร เพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฎข่าวว่ามีนายทหารยศ "นายพล" พยายามเข้ามาแทรกแซงกระบวนการสอบสวนในคดีดังกล่าว ตามที่ปรากฎข่าวในหนังสือพิมพ์ และขอให้มีการแถลงข่าว โดย "นางพะเยาว์" ถึงกลับระบุว่า มิเช่นนั้นจะถือว่า พล.อ.ประวิตร เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ซึ่งจะเป็นที่แคลงใจของสังคม

 

โดย นางพะเยาว์ อ้างว่า คดีของผู้เสียชีวิต 99 ศพปี 2553 ได้มีการส่งสำนวนชี้มูลความตายแค่ 20 กว่าศพเท่านั้น ส่วนที่เหลือคดียังค้างอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งภายหลังการรัฐประหาร คสช.ได้เปลี่ยนคณะกรรมการใหม่ และมีคำสั่งระงับการสอบสวน ตนอยากให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 99 คน ได้รับการชี้มูลความตายทั้งหมด เพราะหนึ่งในนั้นศพที่เหลือมี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และนายทหารคนอื่นๆ ที่เสียชีวิตเช่นกัน

 

"ท่านไม่อยากรู้หรือว่าลูกน้องเสียชีวิต เพราะอะไร และเพราะใคร เราเองก็อยากจะทราบ ไม่เช่นนั้นคำว่าชายชุดดำก็ยังถูกใช้เป็นตุ๊กตาตั้งอยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตอบรับ หรือการแถลง ไม่ว่าอะไรก็ตามขอให้ชี้แจงให้พวกเราได้ทราบ ไม่อย่างนั้นเราจะมาทวงคำตอบอีกครั้ง" นางพะเยาว์ อ้าง



เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า


Suggess News

Recommend News