โดนมาเยอะ ฟังทุกคำ "สมยศ" นายกฯบอลไทย เจอบี้ลาออก พา "ช้างศึก" ปิ๋วเอเชี่ยนเกมส์ วอนอย่าดูแค่ผลแพ้ชนะ

Publish 2018-08-21 18:39:31


 

 

 

 

หลังจากโดนกระแสวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับ ช้างศึก ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ร่วงตกรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยผลงานลงสนาม 3 นัด เสมอ 2 แพ้ 1 สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลและต่างออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การเล่น รวมไปถึงบางรายที่ด่าทอในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตกรอบแรกเป็นหนแรกในรอบ 24 ปี และนับตั้งแต่เปลี่ยนกฎมาใช้ทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี นับตั้งแต่ปี 2002

 

 



ทีมช้างศึก

 

 

 

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เปิดเผย หลังจากที่ช้างศึก ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตกรอบแรกจนเป็นเหตุทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องฟอร์มการเล่นว่า ตนพร้อมฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเกี่ยวกับผลงานของฟุตบอลชายทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์ โดยการพัฒนากีฬาฟุตบอล หรือการพัฒนากีฬาทุกประเภท จะต้องพัฒนาอย่างเป็นระบบและทุกมิติ ซึ่งระยะเวลา 2 ปี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยไปสู่ความเป็นเลิศ อย่างทีมชุดที่ส่งไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ คุณวิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิก และ วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่ จึงเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 23 ปี เลือกที่จะไม่ใช้เอานักเตะอายุเกินเล่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพรีโอลิมปิก

 

 

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง

 

 



 

 

 

 

 


ส่วนเหตุผลที่ตนเลือกส่งนักเตะทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ไปเก็บตัวนั้น เพราะทีมชาติไทยชุดนี้จะเป็นตัวแทนในการเล่นรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก ปี 2026 ที่เริ่มจากรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เพราะว่าในปี 2026 ทวีปเอเชียจะได้โควตาสำหรับการเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่าโอกาสของทีมชาติไทยมีมากขึ้น เราจึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อหวังผลในอีก 8 ปีข้างหน้า ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อมอบหมายให้ใครรับผิดชอบทำอะไร คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบทำหน้าที่นั้นๆ เช่น คุณวิทยา เลาหกุล เป็นอุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค รับผิดชอบหน้าที่เป็นประธานฝ่ายเทคนิค คุณวิทยา เป็นคนคัดเลือกโค้ชทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ เมื่อมอบหน้าที่แล้วต้องให้เกียรติกันและกันว่าคุณวิทยา เลาหกุล จะเลือกใครมาเป็นโค้ช เขาเองก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

 

 


ก่อนที่น้องๆ จะเดินทางไปแข่งขันรายการนี้ ทั้งทีมฟุตบอลชาย และทีมฟุตบอลหญิง ตนมได้มีการพูดคุยได้สอนน้องๆ ว่า ทุกคนไปทำหน้าที่แทนคนไทย สิ่งที่จะต้องทำคือมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และทุ่มเท ให้ดีที่สุด ต้องสร้างรอยยิ้ม สร้างผลงานที่ดี ให้กับแฟนบอลชาวไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นจุดนี้ เพราะมั่นใจว่าสต๊าฟโค้ช ทีมงานและน้องๆ ทุกคนไม่อยากให้ทีมแพ้ เป็นเรื่องที่ทุกคนเป็นมืออาชีพ มีเกียรติศักดิ์ศรี เพื่อตระกูลและประเทศไทย


"ผมรู้ ผมเข้าใจ ที่แฟนบอลไทยคาดหวัง หรือดูบอลแล้วไม่อยากให้ทีมแพ้ ผมก็เช่นกัน แต่บนความคาดหวัง มันก็ต้องมีความผิดหวังแอบแฝง  ทีมชาติไทยไม่ใช่ทีมอันดับ 1 ของโลก ที่จะแพ้ใครไม่ได้" พล.ต.อ. สมยศ กล่าว.

 

 

 

 

 


นอกจากนั้น พล.ต.อ. สมยศ ยังเปิดเผยถึงการเรียกร้องให้เปลี่ยนโค้ช ซึ่งพล.ต.อ.สมยศ มองว่าการเปลี่ยนโค้ชไม่ใช่ทางออก เพราะหลังจากที่ทุกคนทำหน้าที่เสร็จสิ้น กลับมาต้องคุยกัน สรุปสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาอุปสรรคว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อหาแนวทางแก้ไข แล้วค่อยสรุปกันอีกที ต้องคุยด้วยเหตุและผล เราไม่เคยตัดสินโดยการฟังกระแส หรืออคติใดๆ เราจะต้องฟังเหตุผลก่อนตัดสินใจ ส่วนโค้ชคนไหนจะพิจารณาหรือมีความเห็นหรือจะดำเนินการใดๆ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา จะเห็นว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยสั่งปลดโค้ช ไม่เคยสั่งเปลี่ยนโค้ช มีแต่เรียกเข้ามาชี้แจง เว้นแต่โค้ชบางคนไม่ยอมเข้ามาชี้แจง แต่ชิงลาออกไปก่อน เพราะฉะนั้นเลยยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังเหตุผลจากโค้ชทีมงานผู้ฝึกสอน หรือนักกีฬาก่อน ตนเชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่มีเหตุผลและวิจารณญาณ

 

 

โค้ชโย่ง

 

 

โค้ชเฮง

 

 

ก่อนหน้านั้น นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นการแข่งขันของช้างศึก ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และร่วงตกรอบแรก พร้อมหยิบยกการให้สัมภาษณ์ของ  วรวุฒิ ศรีมะฆะ กุนซือฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย, วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ระบุว่าทั้ง 3 คนนี้ น่าจะลาออกไปให้หมด โดยมีข้อความทั้งหมดดังนี้...

 

 

 

กนก รัตน์วงศ์สกุล

 

 


"เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 18 ที่อินโดนีเซีย เริ่มมาหลายวันแล้วอย่างเหงาๆ สำหรับคนไทยนะครับ แม้บ้านเราจะมีการถ่ายทอดสด แต่เงียบกริ๊บ! ยิ่งกีฬามหาชน ฟุตบอลไทย "ตกรอบแรก" เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี นับตั้งแต่ฮิโรชิมาเกมส์ ปี 1994 ยิ่งทำให้เหมือน..เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้..จบแล้ว!

 

เรามาดูผลงานเพื่อนร่วมอาเซียนของเราสิครับ..

เมียนมา ชนะ อิหร่าน 2-0
มาเลเซีย โค่นแชมป์เก่า เกาหลีใต้ 2-1
เวียดนาม ชนะ ญี่ปุ่น 1-0 

แล้วมาดูการให้สัมภาษณ์ของคีย์แมนในวงการฟุตบอลบ้านเราแต่ละคน

 

"โค้ชโย่ง" วรวุฒิ ศรีมะฆะ กุนซือฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย

"..สำหรับอนาคตของผมคงต้องแล้วแต่ทางสมาคมฟุตบอลฯ โดยส่วนตัว ถ้าฟอร์มไม่เอาอ่าว ผมลาออกแน่นอน.. ทั้ง 3 เกมที่ผ่านมาเราทำได้ดี มีปัญหาเดียวคือการเอาบอลเข้าประตู ถ้าเรามีปาฏิหาริย์จริงๆ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ เชื่อว่าเราจะสู้ได้ทุกทีม.."

"..ตอนซีเกมส์ ผมทำทีมได้แชมป์ ผมยังไม่พูดอะไรเลย มีประเทศไหนบ้างที่โค้ชทำทีมได้แชมป์แล้วโดนด่า อยากขอโอกาสให้ผม ที่ผ่านมาผมทำเพื่อประเทศชาติมาเยอะแล้ว และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากประเทศชาติเลย เชื่อว่า ใครที่ดู 3 เกมนี้ ต้องมีคนที่เข้าใจผมบ้าง" 

 

"โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

"โค้ชโย่ง เป็นโค้ชที่รู้จักนักเตะเยอะมาก ผมก็อยากเห็นเขาทำงานแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าทำทัวร์นาเมนต์หนึ่งแล้วก็เลิกไป เหมือนสมัยก่อน เราต้องอดทน ไม่ว่าจะเป็นชุด 16 ปี 19 ปี หรือชุดอื่นๆ เรามีแผนระยะยาวอยู่แล้ว การใช้โค้ชที่เป็นคนไทยผมว่าเหมาะที่สุด เพราะเขารู้จักตัวผู้เล่น นิสัยใจคอ วัฒนธรรมของนักเตะไทยเป็นอย่างดี"

"ถึงตรงนี้สมาคมฯเองยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชุดนี้ เพราะถ้าเราไปทำตามกระแส ทำเพื่อความสะใจ มันก็ไม่มีประโยชน์"

 

"บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

"สมาคมฯไม่ได้ฟังแค่กระแสวิจารณ์เพียงอย่างเดียว และไม่ได้คาดหวังว่าต้องปลดต้องเปลี่ยนโค้ชในทุกๆครั้งที่ผลงานไม่ดี เพราะเชื่อว่าไม่มีนักฟุตบอลและโค้ชคนใดอยากให้ทีมแพ้

"มันเป็นความหวังของคนไทย ส่วนจะได้หรือไม่เป็นเรื่องปกติของกีฬา เราจะได้ตระหนักและยอมรับว่าเราไม่ได้เหนือกว่าทีมอื่นมาก เพราะเขาก็ผ่านการพัฒนาเหมือนกัน อดีตแชมป์โลกอย่างเยอรมันยังตกรอบแรก นับประสาอะไรกับทีมชาติไทย คาดหวังได้แต่ต้องผิดหวังได้เช่นกัน"

ผมว่าทั้ง 3 คนนี้ น่าจะลาออกไปให้หมด แล้วไปลงคอร์สฝึกการพูดการจา ให้มีตรรกะ มีเหตุมีผล ไม่แสดงความสับสนทางความคิด พูดแล้วให้คนฟังรู้เรื่อง..เข้าท่า ถึงผลงานไม่ดี แต่ก็พอรับได้หลังจากฟังแล้ว ไม่ใช่พอฟังแล้ว..

"กูอยากขับไล่ออกไปชั่วโมงนี้เลย"

 

โค้ชโย่ง น่าจะสับสนในกระบวนความคิดอย่างหนัก "ทั้ง 3 เกมที่ผ่านมาเราทำได้ดี.. มีปัญหาเดียวคือการเอาบอลเข้าประตู.." นี่พูดกะเอาขำใช่มั๊ย กะให้ขำกันขี้แตกขี้แตนเลยว่างั้น

แล้วที่ไม่ควรพูดอย่างยิ่งคือ พูดลักษณะลำเลิกบุญคุณ "..ที่ผ่านมาผมทำเพื่อประเทศชาติมาเยอะแล้ว และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากประเทศชาติเลย .." นี่เล่นใหญ่เกิน

บิ๊กอ๊อด.. หนักเลย! "เยอรมันยังตกรอบแรก นับประสาอะไรกับทีมชาติไทย" ตัวอย่างดีๆประเทศอื่นมี ดันไม่เอาอย่าง มาอ้างทีมแชมป์โลกตกรอบแรก แถมตบท้ายด้วยว่า 

"(แฟนบอล) คาดหวังได้แต่ต้องผิดหวังได้เช่นกัน" เฮ้อ! 

ท่านจำคำพูดตัวเองตอนไม่เอาโค้ชซิโก้ได้มั๊ย..

“...ผมอยากรู้หัวใจคนไทยเหมือนกันว่าคิดอย่างไร คิดเหมือนผมมั้ย ถ้าบอกว่าอยู่แบบนี้ ได้แชมป์ซูซูกิคัพ, แชมป์ซีเกมส์ แต่รับได้ที่แพ้ทีมในระดับเอเชีย 0-3, 0-4 ก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับผมบอกเลยว่า..อาย”

“ถ้าให้ผมงอมืองอเท้า ปล่อยให้ทีมชาติไทย เป็นแบบนี้ไปอีก 3 ปี ในขณะที่ผมเป็นนายกสมาคมฯอยู่ ผมลาออกดีกว่า ถ้าเป็นแล้วทำทีมไม่ได้ อย่าเป็น..ให้คนอื่นเขาเป็น”

ท่านพูดไว้เมื่อมีนาคม 2560
ออกไปเถอะครับ..จะไปทำอะไรก็ไป..ให้คนอื่นเขาเป็น"

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ ชัยวัฒน์ บุราญ นักเตะทีมสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ดาวเตะทีมชาติไทย ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบายความในใจ หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเล่นของทีมช้างศึกว่า... "#อยากให้คีย์บอร์ดเข้ามารับรู้ความรู้สึกคนที่มาสู้บ้าง ขอพูดหน่อยนะครับ ยาวหน่อยแต่มาจากหัวใจ รายการนี้เป็นรายการสุดท้ายของผมในฐานะเยาวชนทีมชาติไทย หลังจากนี้ก็ต้องไปสู้ต่อเพื่อให้ติดทีมชาติชุดใหญ่ วันนี้ผมกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ออกมาสู้เพื่อประเทศชาติ ทุกคนสู้สุดหัวใจเท่าที่ลูกผู้ชายจะทำได้ แต่หลังจากที่ฟุตบอลแต่ละนัดจบการแข่งขัน กลับมีเสียงด่า เสียงวิจารณ์ นู่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ได้ บางคำด่าก็ไปยันตระกูล ไม่เข้าใจครับ คิดว่ามันสบายหรอครับ การได้มาติดทีมชาติ เล่นไม่ดีก็โดนด่า กลับไปสโมสรก็นั่งต่อเพราะมาทีมชาติโดนด่า สโมสรก็ไม่กล้าที่จะให้ลงเล่นเป็นตัวหลัก เพราะกลัวเสียความมั่นใจ มันก็มีผลกับรายได้ บางคนดร็อปไปเลย จนสโมสรไม่จ้าง

 

 

ชัยวัฒน์ บุราญ

 

 

 

กี่คนแล้วครับที่เสียงานเพราะคำพูดในโซเชียล พวกเราไม่ใช่ตัวตลกนะครับ พวกเราสู้แล้วคับ มันอ่านกันอยู่แล้วละครับคอมเมมต์ วันที่เราชนะญี่ปุ่นก็บอกว่าเค้าเด็ก พอชาติอื่นชนะญี่ปุ่น ก็ไล่ให้ไปดูเค้าเล่น มันก็เจอชุดที่เราชนะมาแหละครับ ผมเห็นรายคนพูดความในใจในข่าวต่าง ๆ ด่ากันสนุกปาก พวกเราก็มีครับความในใจ มีเยอะคับ แต่ก็ต้องหยุดไว้เพราะ เราไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ แต่ผมไม่ใช่ครับ ผมก็คนทำงาน วันนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่า การที่ติดทีมชาติมันคือตัวตลกให้พวกคุณด่าหรอครับ ทุกทีมที่มาก็อยากชนะ เค้าศึกษาเรา เราศึกษาเค้าโลกมันไปไกลแล้วครับ วันที่พวกคุณบอกว่าทีมชาติไทยเป็นของทุกคน แต่คนที่รับทุกอย่างคือพวกเราที่ออกมาสู้ แล้วโดนคนบ้านเดียวกันด่า ทีมชาติไทยมันเป็นของทุกคนจิงหรอครับ ? #ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังครับ #กูก็คนมีความรู้สึก #ความในใจผมมีอีกเยอะ #ผมขอมาพูดแทนคนในทีมทุกคนครับ #กูไม่ได้ยอมแพ้แค่กูหาคำตอบให้ตัวกูเองไม่ได้ #กูต้องเสียน้ำตาความกับความรู้สึกอีกกี่รอบกับคำว่าเพื่อชาติ" ก่อนที่เจนรบ สำเภาดี กองหน้ากัปตันทีมชาติไทย ออกมาโพสต์ข้อความว่าตนภูมิใจในตัวเพื่อนร่วมทีมทุกคน แม้จะต้องตกรอบแรกศึกเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ก็ตาม (คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หัวใจผู้นำ "กัปตันเจนรบ" โพสต์ความรู้สึก"ช้างศึก"ตกรอบบอลเอเชี่ยนเกมส์ รับอารมณ์ลูกทีมขอโทษทำผิดหวัง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชมคลิปวิดีโอที่นี่ (คลิก)

 

 

ภาพ : FB FA Thailand




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ