พล.ร.ต. ขึ้นโรงพักพาลูกชายให้การ ยันโดนครูฝึกทำร้ายซี่โครงหัก ลั่นป้องเกียรติยศ...ถูกบิดเบือนพ้นสภาพนร.หลักสูตร RECON เพราะฝึกบาดเจ็บเอง??

พล.ร.ต. ขึ้นโรงพักพาลูกชายให้การ ยันโดนครูฝึกทำร้ายซี่โครงหัก ลั่นป้องเกียรติยศ...ถูกบิดเบือนพ้นสภาพนร.หลักสูตร RECON เพราะฝึกบาดเจ็บเอง??

Publish 2017-11-29 23:28:11

สืบเนื่องจากกรณีอดีตทหารเรือระดับนายพล เดินทางไปพบครูฝึกและทำลายสิ่งของ รวมทั้งแท่นรับการเคารพของครูฝึก พร้อมแสดงความไม่พอใจเนื่องจากบุตรชายพ้นสภาพการเป็นนักเรียนหลักสูตรรีคอน เพราะเกิดปัญหาได้รับบาดเจ็บจากการฝึกหลักสูตรการรบพิเศษ แขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก และจู่โจม นาวิกโยธิน หรือ รีคอน ซึ่งเป็นหลักสูตรหน่วยรบพิเศษ นาวิกโยธิน จนได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ มีแผลที่หลัง และติดเชื้อในกระแสเลือดต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล จนไม่สามารถฝึกต่อตามเกณฑ์ที่กำหนด จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมากมาย

 

นักเรียนหลักสูตรรีคอนที่บาดเจ็บ



ทั้งนี้ พลเรือโทรัตนะ วงษาโรจน์ ผบ.หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เหตุการณ์นักเรียนรบพิเศษ หลักสูตรรีค่อน ลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก บาดเจ็บ ซี่โครงหักจนต้องออกจากการฝึก เพราะอาจมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในการฝึก โดยหน่วยงานจะรีบดำเนินการแก้ไขเพราะไม่ต้องการให้เรื่องบานปลาย (คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ท้องทะเลเดือด!! ผบ.นาวิกโยธินขยับแล้ว! สั่งสางปมร้อนนร.ฝึก Recon ซี่โครงหัก เหตุพล.ร.ต.โกรธลูกเจ็บบุกอาละวาด...หวั่นรอยร้าวกองทัพเรือ!?)


 

ล่าสุด พลเรือตรีเบญจพร นายทหารนอกราชการ ได้พา เรือตรีตถาพร ซึ่งเป็นลูกชาย เข้าให้ปากคำกับร้อยตำรวจเอกทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ เจ้าของคดี พร้อมด้วย พันตำรวจโท ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ

โดยในการให้ปากคำครั้งนี้ เรือตรีตถาพร บอกว่า ตนอยากจะออกมากอบกู้เกียรติยศและเกียรติภูมิของครอบครัวที่ถูกกล่าวหา ถูกบิดเบือนข่าว ที่กล่าวหาว่าตนอ่อนแอ ฝึกไม่ไหว และกล่าวหาว่าตกจากที่สูงทำให้ซี่โครงหัก แผลเกิดจากฝึก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะโดนมากับตัว ไม่ควรจะมาใส่ความกันอย่างนี้ เพราะที่จริงแล้วตนถูกครูฝึกใช้หางกระเบนและไม้หวาย เฆี่ยนตี ที่แผ่นหลัง และใช้เท้าเตะ เข้าที่ชายโครง พร้อมถูกใช้ด้ามปืนเอ็ม 16 ตีใส่ศีรษะ ส่วนอาการที่บาดเจ็บดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องกลับไปรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือต่อ

 


ขณะที่ พลเรือตรีเบญจพร กล่าวว่า วันนี้พาลูกชายมาให้ปากคำ เรื่องของรายละเอียด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางผู้บังคับบัญชาของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้โทรศัพท์ไปหาตนบ่อย ประมาณ 4-5 ครั้ง ก็ได้แต่ขอโทษ ถ้าจะขอโทษก็อย่ามาพูดแต่ปากว่าตาขยิบ ให้มีความเป็นลูกผู้ชาย มีความเป็นชายชาติทหาร เอาเรื่องจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ไปบอกว่าเด็กตกมาจากที่สูง แล้วก็ไปบอกว่าจะไม่ให้ข่าวแล้วแต่ก็ยังไปให้ข่าวที่ผิดๆ แบบนี้มันไม่ใช้ชายชาติทหาร

หลักสูตรมันต้องถูกยกเลิกและทบทวนใหม่ในการฝึก หัวใจของหลักสูตร รีคอน มันจะต้องใช้สมองมากกว่ากำลัง ฝากบอกไปยังน้องๆ นักรบรีคอนด้วย เพราะตนก็ผ่านการฝึกหลักสูตรนี่มา รุ่นที่ 15 และรุ่นของตนก็มีคนเสียชีวิต แต่เพราะป่วยโรคมาลาเรียไม่ได้รับการรักษา

 


"เรื่องนี้ตนอยากจะบอกไปถึงทุกหลักสูตรที่ยืนยันว่าการ เฆี่ยนตี ทำให้คนฉลาด จะทำให้คนที่จบนำหน่วยไปได้อย่างปลอดภัยมันไม่ใช่ ในเมื่อครูฝึกยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารีคอน และจะมาฝึกเขาได้อย่างไร คำว่าครูต้องทำตัวให้สมกับคำว่าเป็นพี่ใหญ่ใจดีที่แสนโหด พวกคุณท่องไว้เลยถ้าอยากจะเป็นครูรบพิเศษ คุณเข้าใจคำๆ นี้หรือเปล่า ถ้าเด็กไม่ไหวก็ควรจะบอกลูกศิษย์ให้ลาออกไป ไม่ใช้มาเฆี่ยนตีแบบนี้ ลูกชายตนสลบไปแล้ว อาเจียนแล้วยังไปตีฟาดๆ อยู่นั้น มันทำกันไม่ได้ครับเพราะไปแตะเนื้อต้องตัวเขาไม่ได้" พลเรือตรีเบญจพร กล่าว.

 

ส่วนประเด็นที่มีข่าวว่าคนไปขโมยเอาปืนที่หน่วยออกมานั้น ตนนำมาเพื่อเอาไปแจ้งความ โดยตนได้ขออนุญาติผู้บังคับบัญชาหน่วยไปแล้ว โดยปืนประจำตัวลูกตนนั้นบริเวณท้ายปืนมีรอยแตกเนื่องจากการนำท้ายปืนไปตีศีรษะลูกชาย ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไปกับลูกสาว 2 คน ตอนตนไปเอาปืนมีทหารอยู่ที่หน่วยเกือบ 20 คน ถ้าไปขโมยมาจริง จะเอาออกมาได้ได้อย่างไร

และที่มีการกล่าวหาว่าตนไปด่าทหารว่าจะให้เป็นยามนั้น ก็ไม่มีความเป็นจริง เพราะตนได้ไปที่หน่วยแล้วได้แสดงบัตรว่าตตนเป็นนายพลทหารเรือ เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ทหารไม่มีการแสดงความเคารพเลย จึงได้ต่อว่าไปว่าไม่มีสัมมาคารวะ ไม่มีมารยาทสังคม ไม่มีความเป็นอาวุโส

 

 

ส่วนที่บอกมีการปืนยิงในโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์นั้น ก็ไม่ใช้เรื่องจริงเพราะถ้าผมเอาปืน เอ็ม-16 ยิง กำแพงเป็นทะลุไปแล้ว เพราะตอนเอาปืนออกมาจากหน่วยก็ไม่มีลูกและแม็กกาซีนแต่อย่างใด และตนก็คืนปืนไปตั้งแต่วันที่ผมเอาออกมาแล้ว ส่วนที่มีถ่ายรูปภาพคืนปืนนั้นเป็นการคืนครั้งที่ 2 เพื่อเป็นหลักฐานว่าผมได้นำปืนคืนไปแล้ว

ประเด็นข่าวว่าตนได้ใช้อาวุธปืนจี้บังคับผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตนได้ชี้แจงกับท่านว่า เดี๋ยวไปคุยกัน โดยตนบอกให้ท่านเป็นคนขับพาไป โดยขับไปถึงจันทบุรี พร้อมกับนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน โดยมี พลเรือตรี นพดล ปัญญาโฉม รองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมรับประทานด้วย เพื่อพูดคุยกันแบบ นักรบรีคอนกันก็แค่นั้น

 

 

ภายหลังจากการสอบปากคำ ทางด้าน พันตำรวจโท ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ บอกว่ากรณีนี้ถ้ามีผู้ร้องทุกข์เสียหายเราทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายไป เบื้องต้นจะได้เชิญครูฝึกมาให้ปากคำ โดยทำหนังสือแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชา ต้องมีขั้นตอนจึงจะสรุปได้ว่าคดีนี้เป็นการทำร้ายร่างกายหรือไม่.

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ

ติดตามข่าวอื่นๆ