ฟังความอีกด้าน!! หลังชายชราน้อยใจลูก หนีนอนเต็นท์ข้างถนน ลูกชายเล่าหมดเปลือก!! พ่อเอาแต่ใจ-ขยันสร้างปัญหา แถมยังจะให้ไล่เมียออกจากบ้าน!?!

ฟังความอีกด้าน!! หลังชายชราน้อยใจลูก หนีนอนเต็นท์ข้างถนน ลูกชายเล่าหมดเปลือก!! พ่อเอาแต่ใจ-ขยันสร้างปัญหา แถมยังจะให้ไล่เมียออกจากบ้าน!?!

Publish 2017-06-29 16:31:43

สืบเนื่องจากกรณีที่นางศิริพร นันทชลากรกิจ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม อบต.เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ ,นายชาตรี อยู่วัฒนะ กำนันตำบลเทพารักษ์ และผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านภายในหมู่บ้านเฟื่องฟ้าวิลล่า 12 หมู่ 8 ซ.มังกร-นาคดี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือและตรวจสอบหลังพบชายชราป่วยพิการกางเต็นท์นอนอาศัยอยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบนายน้อย โพธิ์ศรี อายุ 62 ปี ป่วยพิการขาอ่อนแรง ระบุว่า ถูกลูกชายไล่ออกจากบ้านมา จึงมานอนตรงบริเวณดังกล่าว
 



เมื่อสอบถามรายละเอียด นายน้อย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองพักอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนพิการและทุพพลภาพ จ.ปทุมธานี ก่อนที่ลูกชายจะไปรับกลับมาอยู่ด้วยเมื่อ 3 เดือนก่อน ภายในหมู่บ้านเฟื่องฟ้าแห่งนี้ แต่ต่อมาหลังจากตนเงินหมด ลูกชายกลับไล่ตนออกมาจากบ้าน และต่อว่าตนเรื่องสูบบุหรี่ ตนจึงตัดสินใจเก็บของออกมาอยู่ที่บริเวณนี้ได้ราว 2 สัปดาห์แล้ว โดยมีเพื่อนบ้านในละแวกนั้นแบ่งปันอาหารและให้เต็นท์มากางนอน ซึ่งลูกชายก็ไม่เคยมาสนใจใดๆ ตนยอมรับว่าน้อยใจแต่ว่าไม่ได้โกรธลูกชาย 


ซึ่งหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ ก็ให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นใจนายน้อยและต่อว่าลูกชายว่าเป็นลูกที่ไม่ดี  โดยทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากทราบความจริงของเรื่องราวดังกล่าวจากทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านลูกชายของนายน้อย ซึ่งผู้เป็นลูกชายเปิดเผยว่า "จากการตรวจสอบไปยังบ้านพักของลูกชายนายน้อย ซึ่งตั้งห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ลูกสะใภ้ เผยว่า สามีซึ่งเป็นลูกชายของนายน้อย ได้ไปรับนายน้อยมาอยู่ด้วยจริง เนื่องจากต้องการจะดูแลพ่อ แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้ว นายน้อยที่มีนิสัยชอบสูบบุหรี่ ทางสามีก็มีการสั่งห้าม แต่นายน้อยก็ไม่เชื่อ จนล่าสุดตนจับได้ว่านายน้อยให้หลานวัย 11 ขวบ ไปซื้อบุหรี่ให้ จึงนำความไปบอกสามี ทำให้มีการทะเลาะกันเกิดขึ้น ซึ่งนายน้อยก็ย้อนมาว่าทำไมจะใช้หลานไปซื้อไม่ได้ ก่อนที่สามีตนจะพูดออกไปว่า ถ้าอยู่กับคนในบ้านไม่ได้จะไปไหนก็ไป จึงทำให้นายน้อยน้อยใจและเก็บกระเป๋าออกไปอยู่ริมถนนดังกล่าว"


และเมื่อโทร. สอบถามไปยัง นายเดียว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ลูกชายนายน้อย เผยว่า ตนไปรับพ่อมาอยู่ด้วย เนื่องจากต้องการที่จะดูแล แม้ว่าพ่อจะทิ้งตนและแม่ไปตั้งแต่ตนอายุเพียง 1 ขวบ แต่พอรับพ่อมาอยู่ด้วย ก็กลับสร้างแต่ปัญหา ทั้งกับลูกหลานรวมถึงภรรยาตน ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาตนทำอาหารให้กินก็โยนทิ้ง บอกว่าไม่อร่อย อยากจะกินแต่ของแพงๆ ทั้งที่ตนก็มีอาชีพขับรถแท็กซี่ แค่เงินจุนเจือครอบครัวยังแทบจะไม่พอเลย ที่ผ่านมาเวลาที่ตนไม่มีเงินให้ไปซื้อบุหรี่ พ่อก็ชอบออกไปตระเวนขอเงินเพื่อนบ้าน จนตนอับอาย เตือนเท่าไรก็ไม่ฟัง และล่าสุดที่ภรรยามาบอกว่าพ่อใช้ให้หลานไปซื้อบุหรี่ จนทำให้มีปากเสียงกันรุนแรง และได้บอกไปว่าถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไปอยู่ที่อื่น จากนั้นพ่อก็ได้เก็บกระเป๋าออกจากบ้านไป

 

 

ทั้งนี้ตนได้ฝากบอกผ่านญาติๆ ไปว่า หากพ่อจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีก ก็ให้กลับมาเอง ตนจะไม่ไปตาม แต่ถ้ากลับมาต้องเชื่อฟังไม่ใช่จะเอาแต่ใจตนเป็นที่ตั้ง แต่พ่อกลับบอกย้อนมาว่า จะไม่กลับมาจนกว่าตนจะไล่เมียออกจากบ้าน ซึ่งตนคงทำไม่ได้ เพราะตนอยู่กับครอบครัวมานานแล้ว ส่วนพ่อที่ทิ้งตนไปตั้งแต่เด็กและเพิ่งได้กลับมาอยู่ด้วยกัน 3 เดือน มันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับภรรยาและลูกที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน อย่างไรก็ตาม นางศิริพร นันทชลากรกิจ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม อบต.เทพารักษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการทำหนังสือประสานไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อหาทางช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

 

 

 

 

 


ขอบคุณ Kapook.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ