ทุกอย่างต้องมีเหตุผล!!! "นายกฯตู่"หวังชาวนาพอใจหลังครม.ปรับเพิ่มเงินช่วยบรรเทาทุกข์ราคาข้าวตกแบบครบวงจรเป็น13,000 บาท อย่าฟังโซเชียลบิดเบือน !?!

Publish 2016-11-01 14:59:13

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว(นบข.) เป็นการให้ข้อมูลในชั้นต้น ยังไม่เป็นข้อสรุป จึงประชุมนบข. นัดพิเศษอีกครั้งเมื่อเช้าวันนี้(1 ต.ค.) เพื่อให้ได้ข้อยุติ และให้มีการลงพื้นที่พบเกษตรกรเพิ่มเติม โดยในวันนี้ ครม. มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ประกอบด้วย สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตันละ 13,000 บาท ซึ่งเป็นตามกฎหมาย ที่ขณะนี้มีราคาเฉลี่ยที่ตันละ 9,700-12,000 บาท จึงควรมีราคาเฉลี่ยที่ตันละ 11,000 บาท 

 

ดังนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะรับจำนำตามความเห็นชอบของ ครม. คือแบ่งเป็นรับจำนำข้าวเปลือกที่ราคาตันละ 9,500 บาท ค่าเก็บเกี่ยว 2,000 บาท ค่ายุ้งฉางอีก 1,500 บาท รวมเป็น 13,000 บาท และหากไม่มียุ้งฉางรัฐบาลจะช่วยเก็บเกี่ยวและรักษาคุณภาพข้าวตันละ 2000 บาท



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนหวังว่าชาวนาพอใจระดับหนึ่ง ส่วนที่มีข่าวว่าชาวนาบางส่วนยังไม่พอใจรัฐบาลนั้น ขอให้เข้าใจและเห็นใจรัฐบาลด้วย เพราะมีงบประมาณจำกัดและต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการหารือกันแล้วว่ามาตรการดังกล่าวสามารถทำได้ เพราะไม่ได้จำนำทุกเมล็ดเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งไปเปรียบเทียบกันเองว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร อย่างไรก็ตามเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำการเกษตรอย่างไรต่อไป ทุกคนอาจคุ้นเคยตนเข้าใจ แต่ต้องเรียนรู้ด้วยกันและหาวิธีปลูกข้าวให้น้อยไร่แต่ได้ผลผลิตมาก

 

รวมทั้งต้องมองตลาดโลกด้วย อย่ามองแต่ภายในประเทศเท่านั้น ถ้ารวมกลุ่มได้ รัฐบาลก็สนับสนุนเป็นรายกลุ่มได้ ให้หาโรงสีในส่วนที่รวมกลุ่มกันได้ ขอให้ช่วยกันสร้างความเข้มแข็ง ขณะที่โรงสีก็ต่องปรับตัวให้สุจริต ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด และเกษตรกรต้องมีเครื่องมือในการตรวจวัดของตัวเองเปรียบเทียบกับโรงสีบ้างเพื่อเป็นการเตรียมตัวเอง
         


นอกจากนี้ได้สั่งการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และคสช. ลงพื้นที่ทุกโรงสีว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ รวมทั้งโกดังข้าวว่ามีการเก็บรักษาอย่างไร ซึ่งต้องพึ่งพานวัตกรรมต่างๆ ด้วย และขึ้นอยู่ที่ผู้นำชุมชนด้วย อย่าเชื่อคำบิดเบือนในโทรศัพท์ อย่าคิดว่าบังคับได้หมด สิ่งที่แนะนำมาตนก็ทำหมด ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังโรงสีข้าวนั้น กำลังให้คสช. ตรวจสอบอยู่ ขณะเดียวกันขออย่าเชื่อคำบิดเบือนจากโซเชียลมีเดีย และอย่าคิดว่าบังคับทุกคนได้หมด ส่วนที่มีการแนะนำต่างๆ รัฐบาลก็รับฟังแต่ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายด้วย ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น เมื่อเป็นคดีความก็ต้องต่อสู้ตามคดี ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็สามารถเพิกถอนให้ได้ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ตน และหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ ก็ถือว่ารัฐบาลทำความผิดไปด้วย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว