บิ๊กตู่ ฟิตปั๋ง !! รายการคืนความสุขให้คนในชาติ - ชื่นชม ช้างศึกไทย โชว์ศักยภาพเยี่ยม !! (คลิป)

"บิ๊กตู่" ฟิตปั๋ง !! รายการคืนความสุขให้คนในชาติ - ชื่นชม "ช้างศึกไทย" โชว์ศักยภาพเยี่ยม !! (คลิป)

Publish 2016-01-22 21:11:30

"พล.อ.ประยุทธ์" กับรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ยก 7 ประเด็นหลักให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างละเอียด (คำต่อคำ) ...

 

 

 


วันนี้ (22 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ออกอากาศทางโทร ทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงสถานการณ์บ้านเมืองไทยในปัจจุบัน ดังนี้
         


สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
         


ผมขอเป็นตัวแทนพี่น้องปวงชนชาวไทย ในการแสดงความยินดีและชื่นชมกับ “ทีมช้างศึกไทย” ที่ได้แสดงฝีมือ ฝีเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจที่ไม่ยอมแพ้นะครับ ในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี U-23 แชมเปี้ยนชิพ 2016 ในห้วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะว่าเราจะไม่ได้เข้าสู่รอบลึกๆ ต่อไปก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จ อย่างหนึ่งในระยะเริ่มต้นนะครับ เป็นก้าวแรกของการพัฒนาสู่อนาคต ของทีมลูกหนังไทยที่มีอนาคตสดใส ขอขอบ คุณนักเตะ โค้ชซิ้กโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมงานทุกคน ที่ได้ช่วยกันนำความสุข ความตื่นเต้น รอยยิ้ม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติที่จดจ่ออยู่กับการเชียร์และเป็นกำลังใจนะครับ ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน ผมเองก็ดูด้วยนะครับ ขอบคุณที่สอนให้คนไทยรู้ว่าคนไทยนั้นเราไม่เป็นรองชาติใด เพียงแค่เรามุ่งมั่นตั้งใจจริง รวมทั้งให้ชาวไทยตระหนักว่าตราบใดที่กรรมการยังไม่เป่านกหวีดนั้น เราก็ยังมีความหวัง ดังนั้นทุกเรื่องนะครับ อย่ายอมจำนนต่ออุปสรรค ขอให้มีความเพียรอันบริสุทธิ์ดั่ง “พระมหาชนก” ชึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผมขอให้พี่น้องเชื่อว่า “ทุกปัญหามีทางออก” นะครับ ถ้าเราหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน แบ่งเบาความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ด้วยความรู้ รัก สามัคคีนะครับ ทุกอย่างสำเร็จแน่
         


วันนี้มีเรื่องที่อยากจะเรียนให้ทราบนะครับ แล้วก็เน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน หลายเรื่องด้วยกันนะครับ
         


1. การแก้ไขปัญหายางพารา แบบยั่งยืน ครบวงจร สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมได้ให้รัฐมนตรีเกษตรฯ, คลัง, อุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์, สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกนะครับ ประชุมหารือในเรื่องการนำยางพาราตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เข้าสู่การผลิตให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรของฝ่ายเศรษฐกิจ รวมทั้งการสนับสนุนให้ บริษัทที่สมัครใจร่วมโครงการได้ใช้สิทธิประโยชน์ ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนของทั้ง สสว. และ BOI ด้วยนะครับ ในโครงการที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้กลไกตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว ที่ค้าขายกันอยู่เดิม ก็คงให้ดำเนินการไปตามปกตินะครับ มีการแข่งขันทางการค้าโดยเสรี
         


2. เรื่องการวิจัยและพัฒนา จากปัญหาเรื่องการวิจัยพัฒนาที่ผ่านมาไม่ได้นำเข้าสู่การผลิต เพราะงั้นรัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะให้ภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันกำหนดความต้องการว่าผลงานการวิจัยใดบ้างที่จะตรงกับความต้องการของประเทศนะครับ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างนวัตกรรม ทำให้วัสดุต้นทุนมีราคาสูงขึ้นด้วยนะครับ เช่นยาง เช่นข้าว อะไรก็แล้วแต่ เพราะงั้นต้องไปดูภาคการผลิตด้วยนะครับเพื่อจะได้นำผลิตภัณฑ์จากการวิจัยเหล่านั้นมาใช้ในส่วนราชการ เป็นลำดับแรกนะครับ ในปี 59 นั้น ได้มีการจักสรรงประมาณไปแล้วนะครับ ก็เพียงแต่ว่า เอางบประมาณเหล่านั้นส่วนหนึ่งในแต่ละโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นได้นะครับ ดำเนินการไปก่อนแล้วเราก็จะให้ซื้อผลผลิตทางการเกษตร คือต้นทุนเรื่องยางมจากข้างล่าง ตรงกลางก็เอามาใช้ผลิตออกมา แล้วตรงปลายก็ให้ส่วนราชการซื้อไปใช้นะครับ ก็ต้องแก้หลายอย่างนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขระเบียบการใช้จ่ายของสำนักงบประมาณเพื่อจะสามารถให้ใช้งบฯ ได้ร้อยละ 10 – 30 ของแต่ละกระทรวงนะครับ เพื่อจะมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานการวิจัยพัฒนาภายในประเทศได้ ถ้าเราแก้ตรงกลางได ตรงปลายได้มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ อย่างที่หลายคนก็บอกว่า งบประมาณเราน้อย อะไรน้อย ไอ้ที่น้อยนั่น ปีนี้ก็ 1% แล้วมั้งครับ ถามว่าผลิตออกมาได้เท่าไร ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมนะครับ ในสิ่งที่เราผลิตอกมา ที่คิดค้นออกมา บางอย่างคิดมาไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องไปคิด ซื้อเขาถูกกว่า ไปคิดทำไมนะ ความเร่งด่วนก็คือเอา ผลผลิตในประเทศที่มีล้นตลาดมีมากมาแปรรูปซะ เพิ่มมูลค่าสร้างห่วงโซ่นะครับ
         


3. เรื่องพื้นที่การปลูกยางพารานั้น มีการร้องขอรับการอุดหนุนจากรัฐบาลนะครับ ในกรณีที่มีการปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่ถูกกฎหมายนั้น ผมก็ได้ให้ กระทรวงเกสร มหาดไทย กยท. ได้หารือแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมนะครับ อย่างไรก็ตามต้องเริ่มต้นทางกฎหมายก่อนนะครับ ที่ทำน่ะผิดกฎหมาย จะให้รัฐบาลยอมรับให้ถูกต้องไม่ได้ แต่เราจะต้องหามาตรการในการช่วยเหลือยังไงที่ไม่เกิดข้อขัดแย้ง ข้อกฎหมาย วันนี้ก็จะได้นำมาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มาร่วมกันพิจารณานะครับ ว่าจะทำยังไง จะชะลอ จะผ่อนผันหรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของการจัดที่ดินด้วย เพราะงั้นมันจะเชื่อมโยงกันไปทั้งหมดนะครับ เพราะงั้นก็ขอให้ผู้ที่ปลุกระดมให้มีการเรียกร้อง บางคนก็เรียกร้องไปแล้ว ทำให้ไปแล้วก็เรียกร้องใหม่อีก คือไม่มีวันจบสิ้น เพราะงั้นขอให้บรรดาแกนนำต่างๆ ระมัดระวังด้วยนะครับ เคารพกฎหมายกันบ้าง แล้วอย่าพาประชาชนเขาไปเดือดร้อนด้วย ถ้าตัวเองอยากจะทำผิดกฎหมายก็ทำไปนะ แล้วก็มีปัญหา พอบังคับใช้กฎหมาย ก็กลายเป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าไปอีก ไปดูซิว่า อะไรกันเป็นตัวต้นสาเหตุ ในการถูกดำเนินคดีนะครับ ในส่วนของการช่วยเหลือเหล่านี้นะครับผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการทำให้ยางพารานี่เกิน หรือปลูกพืชการเกษตรอื่นๆ ก็ตามนะ นอกจากปลูกในพื้นที่ที่ถูกกฎหมายแล้ว แค่นั้นก็พอ อันนี้ไปมีการสนับสนุนอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมาอีก ทำให้มีการบุกรุกป่า ทำให้ป่าเสียหาย ลดจำนวนลง แล้วก็ ผลผลิตก็เกินความต้องการนะครับ เราถึงต้องมาเร่งกันทั้งลดปริมาณในการเพาะปลูก เพื่อจะลดปริมาณการผลิตวัตถุต้นทุนออกมา แล้วไปเสริมการผลิตในช่วงตรงกลาง โงงานต่างๆ ส่งเสริมโรงงานขนาดเล็ก SMEs อะไรต่างๆ ก็แล้วแต่นะครับ ไปสู่การตลาด ทั้งในประเทศนอกประเทศ เริ่มจากส่วนราชการก่อนนะครับ
         


4.เรื่องต่อไปเรื่องที่สี่ เรื่องการแก้ปัญหาการปลูกอ้อยเกินความต้องการ วันนี้ก็มีหลายพื้นที่นะครับ ที่ผ่านมาก็พออะไรราคาดีก็ปลูกอันนั้นล่ะ ปลูกกันจนเยอะไปหมด จนราคามันตกนะ เพราะงั้นจากมาตรการเดิม กฎหมายที่เราออกไปในสมัยรัฐบาลนี้ ก็คือการมีมาตรการที่เข้มงวดในการที่จะก่อตั้งหรืสร้างโรงน้ำตาล จากเดิมที่ว่า 80 กิโลเมตรในสมัยก่อนๆ นั้น ก็ได้ปรับแก้ให้สามารถที่จะหาทางพบกันจนได้นะครับก็คือลดลงเป็น 50 กิโลเมตรแล้ว แต่ก็ยังมีหลายบริษัทนะ หลายส่วน พยายามที่จะขอให้ลดลงไปอีกนะ โดยให้ใกล้กว่า 50 กิโลเมตรเข้าไปอีก แล้วมีข้อยกเว้น ขอเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้าง ขอในเรื่องของการช่วยรัฐในการลงทุนบ้าง
         


กฎหมายคือกฎหมายนะครับ เพราะงั้นท่านก็ต้องไปใช้วิธีการอื่นนะครับ ว่าจะทำยังไง แต่จะมาอ้างว่าเพื่อจะลดการช่วยเหลือ รัฐลง เพื่อที่จะรับซื้ออ้อยอะไรต่างๆเหล่านี้ จากเกษตรกรที่ปลูกไว้เยอะแยะไปหมด 4-5 แสนไร่ ผมว่าเหตุผลมันไม่พอดีอีกนั่นแหละนะ เพราะงั้นหลักการคือกฎหมาย เหตุผลก็คือทำยังไงจะลดพื้นที่การปลูกลง ไม่งั้นเดี๋ยวพออ้อยเยอะๆ มีปัญหาอีก โรงงานผลิตไม่ทัน โรงงานไม่พอ พอไม่พอ ก็จะมาขอลดกว่า 50 มันก็รวนไปทั้งหมดอีกล่ะ รัฐบาลนี้พยายามทำให้มันยั่งยืนนะครับ ก็ต้องเคารพกติกากันบ้าง
         


ในส่วนของการสร้างโรงน้ำตาลนี่ ถ้าสร้างมากเกินไปผลเสียก็คือว่าผลิตน้ำตาลมาเยอะๆ ราคาก็ตกอีก อะไรก็ตามถ้ามันเยอะตกแน่นอน อย่าคิดว่าเอ้อราคามันดีแล้ทำเยอะๆ มันตกทุกอย่างล่ะนะ นะครับ เพราะงั้นขอให้นึกถึงกฎหมาย นึกถึงกระบวนการผลิต ส่งออกด้วยนะ น้ำตาลโลกปีนี้ก็ เห็นว่าราคาจะดี ก็เลยปลูกกันใหญ่ เสร็จแล้วก็จนราคาตกนั่นแหละ ทำยังไงล่ะ มันจะต้องสมดุลกันตลอดเวลานะครับ ตามสถานการณ์ ภายนอก
         


อันนี้ต้องกำหนดจากสถานการณ์ใช้น้ำตาลภายในประเทศ สองคือตลาดเดิม สามตลาดใหม่ สี่การผลิตที่ประเทศอื่นก็ทำน้ำตาลมากขึ้นตามลำดับ นะ เพราะทุกคนก็มองว่าราคาดี ผมถามว่าแล้วจะไปแข่งกันตรงไหน วันหน้าก็ไปแข่งลดราคากันอีก มันก็แย่ไปทั้งระบบนะครับ เพราะงั้นขอให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้เข้าใจนะครับ เดี๋ยวรัฐบาลกำลังจะหาทางแก้ไขว่าจะทำยังไงกับการปลูกอ้อยที่เกินมา หรือมากเกินไป วันนี้ก็เห็นมีปัญหาเรื่องน้ำอีกแล้ว บอกอ้ายก็จะตายทั้งหมด เพราะไม่มีน้ำ แล้วผมจะทำยังไง คือทุกอย่างต้อง 2 ทางนะ รัฐช่วย ท่านก็ช่วยตัวเอง ท่านก็ต้องเชื่อฟัง ท่านเคารพกฎหมาย ไม่งั้นมันแก้ไม่ได้ทั้งหมดนะ
         


5. คือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆนะครับ เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอดนะ ท่านลืมไปตลอด พอท่านเดือดร้อนที ท่านก็ขอทื เราก็มีมาตรการออกมาเป