"คสช." ก้างขวางคอชิ้นโต ของประชาธิปไตย"สีแดง"!!??

Publish 2018-03-14 17:28:36



แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะออกมา ยืนยันการเดินหน้าตามโรดแม็ป วางไว้โดยเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเกิดขึ้นไม่เกินกุมภาพันธ์ 2562!!! ตอกย้ำด้วยการที่ สนช.โหวตผ่านกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายแก้ไข ไม่มีการคว่ำกระดาน ยื้อเลือกตั้ง แบบที่ คนบางกลุ่มคาดการไว้! ทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแม็ป อย่างที่ควรจะเป็น

 

และดูเหมือนว่า ประเด็นการออกเคลื่อนไหว ของม๊อบอยากเลือกตั้ง ผ่านแกนนำหน้าเดิม แบบไม่ต้องเอยชื่อ ดาหน้ากดดันรัฐบาลให้จัดการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า จะปลุกอย่างไร  โหมเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะปลุกให้ติดได้ หันมางัดไม้เด็ด ยกระดับขับไล่-ยุบคสช.

 

 ในความเป็นจริงการยุบคสช. คงไม่ได้ เรื่องนี้ทั้งพี่ใหญ่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ตัวพล.อ.ประยุทธ์เองก็ได้ออกมาตอบคำถามชัดเจน ซึ่ง คสช.ถือเป็นกลไกรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในมาตรา 265 เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้ว ว่า คสช. ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น และคสช.เอง ไม่ได้มีบทบาทในการเลือกตั้ง มีเพียงแต่หน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย 



แกนนำตัวตั้งตัวตีอย่าง นายรังสิมันต์ โรม ถึงกับนั่งไม่ติดโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้สวนกลับในทันที ว่า ขอย้ำอีกครั้งครับว่าการยุบ คสช. ทำได้แน่นอน ถ้าจะทำไม่ได้ก็เพราะคสช.ไม่อยากทำ เนื่องจากการดำรงตำแหน่งในคสช.เป็นหนทางหนึ่งในการแสวงหารายได้ ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มีรายได้จากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา รวมกัน 2 คนมากกว่า 10 ล้าน 

 

การที่ทั้งสองคนออกมาพูดถึงเรื่องจึงรู้ดีว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องที่ตัดช่องทางรายได้ของคนใน คสช. ซึ่งรวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร

 

“อยากฝากพี่ๆ นักข่าวทุกท่านช่วยถาม พล.อ.ประยุทธ์-ประวิตร ว่าที่ไม่ยุบ คสช. เป็นเพราะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใช่หรือไม่ ท่านกังวลเรื่องช่องทางรายได้ใช่หรือไม่”

 

คำถามก็คือ หากไม่มี คสช.แล้วนั้น ...ใครจะได้ประโยชน์กับเรื่องนี้?? และหากไม่มีคสช.จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศชาติ ??

 



ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือชาติบ้านเมืองสงบสุข จุดเริ่มต้นของการเข้ามาของ คสช. เพื่อยึดอำนาจจากภาวะรัฐบาลรักษาการที่ไร้ความชอบธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองได้ทันท่วงที เป็นการเข้ายึดอำนาจตามความเรียกร้องของประชาชนที่ได้ร้องขอให้คณะทหารเข้ายึดอำนาจ ภารกิจแรกคือการคืน “หยุดสงครามกีฬาสี” การเมืองน้ำเน่า ก่อนจะเกิดวินาศกรรมเผาบ้านเผาเมืองซ้ำรอยเดิม และได้มอบความร่มเย็นเป็นสุข ความมั่นคง ความมั่งคั่งและความยั่งยืนของราชอาณาจักรและประชาชน นับเป็นภารกิจอันหนักหน่วงที่ คสช. จะต้องแบกรับไว้ ระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ก็เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของการดูแลความสงบให้กับพี่น้องประชาชน แม้จะมีบางกลุ่มการที่ยังพยายามเคลื่อนไหวต่อต้านคสช. ทั้งบนดินแล้วใต้ดิน ทั้ง นอกและในประเทศก็ตาม แกล้งตายรอวันฝื้นคืนชีพ ที่พร้อมจะปะทะ และอาจจะนำพาไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

และหากถ้าวันนี้ไม่มีคสช. กลุ่มเหล่านี้ก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ นั่นหมายถึงสัญญาณอันตรายในอนาคตของชาติบ้านเมืองที่อาจกลับไปสู่วังวนวงจรอุบาทว์อันเลวร้ายอีกครั้งจากการฟื้นคืนชีพของพรรค กลุ่มการเมืองในคราบประชาธิปไตยสีแดง ที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติชาติตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น คสช. จึงกลายเป็นก้างขวางคอ สำหรับกลุ่มเหล่านี้ และต้องกำจัดให้พ้นทาง!!


HASTAG : คสช.  

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม