สวนจุก!! กดดันลาออก"หมอธี" ควรรับผิดชอบ ขาดคุณสมบัติ เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมกว่า

Publish 2018-02-14 13:11:31



วันที่ 14 ก.พ.61 เฟซบุ๊ก วิรังรอง ทัพพะรังสี ได้โพสต์ถึงกรณีของนพ.ธีระเกียรติ ประเด็นที่สื่อนอกอย่าง BBC ได้อัดคลิปเสียงในการพูดถึงปมนาฬิการหรู ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาปฎิเสธกับการให้สัมภาษณ์กับสื่อดังกล่าวและยืนยันที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ โดยระบุว่า

 

ขอให้ นพ.ธีระเกียรติ พิจารณาลาออก เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมกว่า มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้มีความรอบรู้เรื่องการศึกษาโดยตรง มาบริหารกระทรวงอันสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคน ซึ่งเป็นทรัพยการอันสำคัญที่สุดของชาติ

ที่เงียบมาเป็นเดือน ห่างหายเฟสบุ๊คไป ก็เพราะเฝ้าสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลการทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยมีความเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมการบริหารงานของรมว.กระทรวงศึกษา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่เป็นอยู่ ว่าไม่น่าจะนำพาการศึกษาของชาติไปในทิศทางที่ถูกที่ควรได้ จึงไม่ต้องเอ่ยถึงเลยเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่ควรเป็นงานเร่งด่วนที่สุด

ข่าวที่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวพาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา นั้นมิได้ทำให้ดิฉันแปลกใจ และคิดว่าคนที่ติดตามการพูดในที่ต่างๆ ของ นพ.ธีระเกียรติ ก็คงจะไม่แปลกใจเช่นกัน ว่าสักวันหนึ่งก็คงจะต้องมีเช่นวันนี้ คือวันที่ นพ.ธีระเกียรติ ต้องออกมาขอโทษผู้อื่นเพราะ “พูดที่ผิดมารยาท”

วันนี้นพ.ธีระเกียรติ ออกมาแถลงยอมรับว่าได้ “พูดที่ผิดมารยาท” ไปแล้ว และกล่าวขอโทษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่านนายกรมต. เป็นที่เรียบร้อย



ขอให้ นพ.ธีระเกียรติ พิจารณาลาออก เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมกว่า มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้มีความรอบรู้เรื่องการศึกษาโดยตรง มาบริหารกระทรวงอันสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคน ซึ่งเป็นทรัพยการอันสำคัญที่สุดของชาติ

ที่เงียบมาเป็นเดือน ห่างหายเฟสบุ๊คไป ก็เพราะเฝ้าสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลการทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยมีความเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมการบริหารงานของรมว.กระทรวงศึกษา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่เป็นอยู่ ว่าไม่น่าจะนำพาการศึกษาของชาติไปในทิศทางที่ถูกที่ควรได้ จึงไม่ต้องเอ่ยถึงเลยเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่ควรเป็นงานเร่งด่วนที่สุด

ข่าวที่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวพาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา นั้นมิได้ทำให้ดิฉันแปลกใจ และคิดว่าคนที่ติดตามการพูดในที่ต่างๆ ของ นพ.ธีระเกียรติ ก็คงจะไม่แปลกใจเช่นกัน ว่าสักวันหนึ่งก็คงจะต้องมีเช่นวันนี้ คือวันที่ นพ.ธีระเกียรติ ต้องออกมาขอโทษผู้อื่นเพราะ “พูดที่ผิดมารยาท”

วันนี้นพ.ธีระเกียรติ ออกมาแถลงยอมรับว่าได้ “พูดที่ผิดมารยาท” ไปแล้ว และกล่าวขอโทษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่านนายกรมต. เป็นที่เรียบร้อย



สรุปว่าพอคนธรรมดามานั่งเป็นรมว. แล้วหน้าหนาขึ้นมาทันทีหรืออย่างไรกันนี้

นพ.ธีระเกียรติ ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการลาออก ในฐานะที่ขาดคุณสมบัติที่ดีที่จะเป็นผู้บริหารกระทรวงที่ต้องสั่งสอนนักเรียนและอบรมครูของชาติ คนเก่งกว่า นพ.ธีระเกียรติ ในเมืองไทยน่าจะยังมี ท่านนายกฯ คิดว่า นพ.ธีระเกียรติด เก่งที่สุดแล้วในประเทศไทยหรืออย่างไรเรื่องการศึกษา

ปรับครม. รอบที่แล้วก็มีคนวงในใกล้ตัวที่ นพ.ธีระเกียรติ เรียกใช้ใกล้ตัวนั้นแหละออกมาคุยอย่างพราวว่าไม่หลุดแน่นอน โผพลัดไปที่รมช. มล. ปนัดดา ดิษกุล...... แต่ข่าวที่ปิดกันให้แซด ไม่เป็นผลดีต่อท่านนายกฯ เองนะคะ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

จึงขอให้ นพ.ธีระเกียรติ พิจารณาลาออก เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมกว่า มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้มีความรอบรู้เรื่องการศึกษาโดยตรง มาบริหารกระทรวงอันสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคน ซึ่งเป็นทรัพยการอันสำคัญที่สุดของชาติ

หาก นพ.ธีระเกียรติ ไม่ลาออก ดิฉันขอเสนอท่านนายกฯ ปรับครม.เอา นพ.ธีระเกียรติ ออกไป และขอให้แต่งตั้งนักการศึกษามาเป็นรมว. ศึกษา ขออย่าได้แต่งตั้งบรรดาหมอ มาอีก หมอไม่ว่าหมอเด็ก หมอจิตวิทยา ก็ควรไปอยู่กระทรวงสาธารณสุข เพราะหมอจิตวิทยาเด็กบางคน ก็อาจไม่มีวิสัยทัศน์ที่จะบริหารงานระดับการศึกษาชาติได้ หาก นพ.ธีระเกียรติ ยังแสดงความต้องการจะช่วยชาติเรื่องการศึกษาอยู่ ก็ส่งไปดูแลอนามัยแถวโรงเรียนชายขอบก็น่าจะได้สะสมบุญกุศลเป็นอย่างยิ่ง....

หัวบันใดหลังบ้าน...ในทุกยุคทุกสมัย....มักไม่แห้ง วันนี้คงเปียกโชก เพราะมีคนแวะเวียนมาอีครา.....คราวนี้ถ้าได้ผลอีก ก็คงมีข่าวปิดกันให้แซดอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อคนที่อยู่หน้าบ้านแน่นอน

วิรังรอง ทัพพะรังสี
๑๔ กพ. ๒๖๕๑
เขียนในวันแห่งความรัก
ด้วยรักและห่วงใยเด็กและเยาวชน
ตลอดจนแม่พิพม์ของชาติ

ป.ล. เรื่องปัญหาในกระทรวงศึกษาฯ ยังไม่จบเพียงเท่านี้

ขอบคุณข้อมูล วิรังรอง ทัพพะรังสี



เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์


Suggess News